สุดยอดเทคนิคที่จะทำให้ลูกอ่านหนังสือได้อย่างคล่องแคล่ว ลองดูเลย!

การอ่านออกเสียง (Read Aloud) และการใช้นิ้วมือของลากกำกับการอ่าน นี่ล่ะสุดยอดเทคนิคที่จะทำให้ลูกอ่านหนังสือได้อย่างคล่องแคล่ว ลองดูเลย!

slc 019
ตามที่ผมได้เคยแสดงทรรศนะของผมว่า “การอ่านหนังสือคล่อง” นั้นมีประโยชน์มากๆ นะครับ เพราะ “การอ่าน” เป็นวิธีในการทบทวน และค้นหาความรู้ที่สำคัญที่สุด ถ้าเด็กสามารถอ่านได้คล่องแคล่ว ก็จะทำให้เด็กสามารถอ่านทบทวนความรู้ เตรียมสอบต่างๆ ได้เร็วขึ้น เวลาที่ไม่รู้อะไร หรืออยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็จะรู้สึกสนุกกับการสืบค้นมากขึ้นครับ ทำให้การหาความรู้นั้นมีความสุขครับ

สำหรับภาษาอังกฤษ “การอ่านออกเสียงด้วยความคล่องแคล่ว” นั้นมีผลในการพัฒนาทักษะการพูดด้วยนะครับ ถ้าเด็กสามารถอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว ก็จะทำให้เวลาที่ต้องพูดภาษาอังกฤษ เด็กก็สามารถพูดได้อย่างมั่นใจ ออกเสียงได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว เช่นกัน นี่ยังไม่นับว่าเด็กที่มีนิสัยรักการอ่าน จะมีคลังคำศัพท์ และคุ้นเคยกับรูปประโยค ตลอดจนสำนวนต่างๆ จนสามารถนำมาพัฒนาทักษะการเขียนของตัวเองได้อย่างดีขึ้นอีกด้วยนะครับ

เรียกได้ว่า “ทักษะการอ่าน” นั้นเป็นทักษะที่สำคัญมาก ที่คุณพ่อคุณแม่จะละเลยไม่ได้เลยนะครับ ทีนี้เราจะมีเทคนิคอย่างไรดีล่ะครับ ในการที่จะพัฒนาทักษะการอ่านให้กับลูก ซึ่งในเบื้องต้น ผมขออนุญาตแนะนำ 2 เทคนิคสำคัญครับ นั่นก็คือ

1) การอ่านโดยใช้นิ้วมือคอยชี้กำกับระหว่างที่อ่าน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.examiner.com/article/does-directional-tracking-improve-reading และ http://m.wikihow.com/Read-Faster และ http://www.readinghorizons.com/reading-strategies/decoding/4-steps-from-decoding-strategies-to-reading-fluency และ http://www.thereadingmentor.org/2013/09/14/now-where-was-i) มีนักวิชาการด้านการศึกษาได้ให้ความเห็นว่า การใช้นิ้วมือคอยชี้กำกับระหว่างที่อ่าน จะช่วยทำให้สายตา Focus กับสิ่งที่อ่านได้ดีขึ้น และจะช่วยทำให้สมองแปรความหมาย และจับใจความจากสิ่งที่อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับเด็กเล็กๆ 1 – 2 ขวบ คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่าน มักจะอ่านนิทานให้ลูกฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ นะครับ แต่ถ้าผมจะขอเสริมเพิ่มเติมก็คือ อยากให้ระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง อยากจะให้คุณพ่อคุณแม่ – – ใช้นิ้วลากไปที่ตัวหนังสือ ระหว่างที่อ่านด้วครับ – – ซึ่งการลากนิ้วระหว่างที่อ่านนั้น แม้ว่าเด็กจะยังอ่านไม่ออก แต่เขาจะสังเกต และรับรู้ว่า – – ตัวยึกยือเหล่านี้ล่ะ ที่คุณพ่อคุณแม่ถอดรหัส และอ่านให้เขาฟังได้ – –

2) อีกเทคนิคหนึ่งที่ผมแนะนำก็คือ Read Aloud หรือการอ่านออกเสียงนั่นเอง (http://www.greatschools.org/gk/articles/read-aloud-to-children และhttp://www.reachoutandread.org/…/importance-of-reading-aloud) ต้องยอมรับนะครับว่าการพูดคุยสนทนาในชีวิตประจำวัน เรามักจะสื่อสารกันด้วยถ้อยคำสั้นๆ และประโยคสั้นๆ เป็นหลัก ลองสังเกตดูสิครับว่า เราจะไม่ค่อยใช้ประโยคความซ้อน หรือประโยคที่มีการใช้สันธานในการเชื่อมประโยคหลายๆ ประโยคเข้าด้วยกันในการพูดคุยสื่อสารมากนัก นั่นทำให้เด็กๆ ไม่ได้มีโอกาสในการฝึกทักษะทางภาษาโดยเฉพาะทักษะในการถอดรหัสจากประโยค

ต้องยอมรับนะครับว่า ภาษาที่เขียนในหนังสือ นั้นจะมีคำศัพท์ที่มากกว่าภาษาที่ใช้พูด ในขณะที่สำนวน และรูปประโยคในหนังสือก็จะมีความซับซ้อนมากกว่าภาษาพูด หากคุณพ่อคุณแม่ให้เด็กอ่านในใจ เด็กหลายๆ คนมักจะมีพฤติกรรมอ่านข้ามคำที่ไม่เข้าใจ หรืออ่านข้ามบางประโยค ถ้าหนังสือเล่มนั้นมีรูปประกอบ บางทีเด็กจะอ่านเพียงแค่ประโยคแรก และไม่กี่ประโยคถัดมาเท่านั้นครับ และก็จะดูรูป และเปิดไปที่หน้าถัดไปทันที ดังนั้น การให้เด็กสนุกกับการอ่านออกเสียง จึงเป็นกุศโลบายที่ดีมากๆ ครับ ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กพบกับ “คำศัพท์ใหม่ๆ” “สำนวนใหม่ๆ” ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถนำเอาคำศัพท์ และสำนวนเหล่านั้น มาพัฒนาทักษะการเขียน และทักษะการพูดของตนเอง

จากเอกสารอ้างอิงทั้งหมดที่ผมนำมาอ้างในบทความนี้ หลายๆ บทความนี่ชี้ชัดนะครับว่า “ทักษะการอ่านที่คล่องแคล่ว นั้นส่งผลโดยตรงต่อผลการเรียนที่โรงเรียน” และ “การอ่านก็เป็นพื้นฐานทางอุปนิสัยที่สำคัญ ในการพัฒนาให้เด็กได้เติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีทักษะในการค้นหาความรู้” ซึ่งผมเชื่อว่าทักษะการค้นหาความรู้ นั้นเป็นทักษะที่จำเป็นมากๆ ต่อการดำเนินชีวิตครับ ลองถ้าใครสักคนพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้ตลอดเวลา ชีวิตของคนๆ นั้น นี่เรียกได้ว่าหมดห่วงได้เลยครับ

<สนใจสมัครคอร์สเรียน FAN Math>

<สนใจสมัครคอร์สเรียน ACTive English>

<ที่ตั้ง / สาขา SE-ED Learning Center>

<สนใจ Franchise>