รู้จักกับ ACTive English

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English “Keep Your English Active by ACTive English”

“หลักสูตรเข้มข้นในมาตรฐานยุโรป (CEFR) ที่เน้นการออกเสียง (Phonics) ฟัง พูด อ่าน เขียน แบบครบวงจร”

หลักสูตรภาษาอังกฤษระดับ อ.2 – อ.3, ป.1 – ป.6

Website: http://www.act-english.com

email: act-english@se-ed.com

<ดาวน์โหลดเอกสารแนะนำหลักสูตร>

Tel. 0-2325-9068-9, 08-9969-9607 (ศูนย์การเรียนรู้สำนักงานใหญ่ ชั้น 4 พาราไดซ์พาร์ค ถ. ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ โทรศัพท์สอบถามได้ในวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ แต่ในช่วงปิดเทอมเปิดทุกวัน)

Tel. 0-2739-8888, 0-2739-8121 (ฝ่ายวิชาการ โทรได้วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.) หรือโทรศัพท์มือถือ 08-1832-2299, 08-6325-7000, 09-1889-9492 (โทรได้ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์)

  • เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เน้นการฝึกพูดภาษาอังกฤษ เพราะซีเอ็ดเชื่อว่า “ยิ่งนักเรียนได้มีโอกาสได้พูด หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยมากเท่าไหร่ ก็จะมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหลักสูตร ACTive English จึงเป็นหลักสูตรที่ทำให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษได้มากกว่าการเรียนในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่าตัว!!!
  • ใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัยในการสอน ทำให้นักเรียนรู้สึกมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ รู้สึกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จับต้องได้ สัมผัสได้ เข้าถึงได้ และมั่นใจว่าตนเองก็พูดได้
  • การเรียนการสอนภายในห้องเรียนจะอยู่ในรูปแบบของกิจกรรมการเรียนรู้ (Activity Based Learning) ที่ทำให้นักเรียนสนุกสนาน
  • มีระบบ English Online Edutainment ที่อยู่ในรูปแบบเกมออนไลน์ภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียน และฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านการเล่นเกม (เกม Magic Fighter) เป็นกุศโลบายที่ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทางทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว โดยอัตโนมัติ นักเรียนรู้สึกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่สนุก และไม่เป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรที่ได้รับการออกแบบภายใต้กรอบมาตรฐานการเรียนภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR: Common European Framework of Reference for Languages) และแบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากล Cambridge Young Learners English Tests (CYLET) และ Anglia English Proficiency Examinations
  • มีระบบ Learning Management System (LMS) ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามพัฒนาการของบุตรหลาน ได้อย่างใกล้ชิด

<เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ CEFR>

หมายเหตุ:

แนวคิดในการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้นมีความสอดคล้องกับแนวคิดของระบบ – - ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) - – ที่ Jonathan Bergmann และ Aaron Sams ครูวิชาเคมีของโรงเรียน Woodland Park High School ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นคิดขึ้น ซึ่งแนวคิดของ Flipped Classroom นั้นเป็นระบบการเรียนรู้ที่ครูจะใช้กุศโลบาย และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ในการจูงใจให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนานผ่านสื่อ Interactive Multimedia, e-Learning หรือ Animation ในเบื้องต้นก่อน โดยสื่อต่างๆ เหล่านั้น จะได้รับการออกแบบให้มีการลำดับเรื่องราวที่ดีเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน ตลอดจนมีการออกแบบสร้างสรรค์ให้อยู่ในรูปแบบที่ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกสนานกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองจนสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะทำให้การเรียนรู้กับครูในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจ และเชื่อมโยงเนื้อหาต่างๆ  ตลอดจนเรียนรู้ต่อยอดได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ได้ฝึกฝนทักษะสำคัญๆ จนเกิดชำนาญมากขึ้น

สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 โดยเน้นการพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ และการสะกดคำให้ถูกต้อง ตลอดจนปูพื้นฐานการเข้าใจความหมายของคำศัพท์จากภาพ และภาษากาย แทนการแปล ซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง โดยหลักสูตร Phonics World นี้นอกจากจะทำให้นักเรียนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่น พร้อมที่จะเรียนในระดับ Starter หรือ Level 1 แล้ว ยังทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีกับการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก

 <ดาวน์โหลด eBook: ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง>

ความเป็นมาของหลักสูตร ACTive English

สำหรับปัญหาทักษะภาษาอังกฤษ (การฟัง พูด อ่าน และเขียน) ของเด็กไทย ที่เรียนภาษาอังกฤษมา 12 – 15 ปี แต่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ SE-ED Learning Center ได้ศึกษาปัญหาดังกล่าวนี้ จนสามารถสรุปได้ว่า โดยทั่วไปแล้วในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เด็กจะใช้ภาษาอังกฤษผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 คำต่อปี และเมื่อเด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 6,000,000 คำ เด็กจะสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว SE-ED Learning Center พบว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยด้วยวิธีแบบเดิมๆ ทำให้เด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษได้เพียง 60,000 – 80,000 คำต่อปี เท่านั้น หากจะทำให้เด็กไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ (หรือประมาณ 50% ของเจ้าของภาษา) จะต้องใช้เวลามากกว่า 40 ปี เลยทีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า   “การเรียน (Study)”   ภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเรียนกับคุณครูชาวไทย หรือคุณครูชาวต่างชาติ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้เลย เพราะนักเรียนไม่มีโอกาสที่จะได้พูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษในอัตราที่มากขึ้น  ดังนั้นรูปแบบของการเรียนภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่ จึงควรจะอยู่ในรูปแบบที่สามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)”  ให้กับนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงจะเป็น Solution ที่ทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วมากกว่าที่เป็นอยู่นี้    “คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองเชื่อในแบบที่ SE-ED Learning Center เชื่อหรือไม่?

ด้วยเหตุนี้ SE-ED Learning Center จึงได้ผสานความร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษาด้านภาษาอังกฤษของ LiveABC Interactive Corporation (ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัย) ในการวิจัย และพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English  ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี (อนุบาล 2 – ป.6)  ทำให้หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรที่มุ่งสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ที่ทำให้เด็กสนุกสนานกับ “การฝึกใช้” ภาษาอังกฤษ และสามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ทั้ง การฟัง พูด อ่าน เขียน ได้มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่า”  ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเห็นพัฒนาการทางภาษาที่ก้าวกระโดดอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 100 ชั่วโมงการเรียนรู้

ACTive English เป็นหลักสูตรที่เน้นการเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน อย่างครบวงจร ผ่านการเรียนในห้องเรียนที่อยู่ในรูปแบบของกิจกรรม (Activity Based Learning) ผ่านสื่อ Interactive Multimedia ที่สนุกสนาน นอกจากนี้นักเรียน ยังสามารถฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเองผ่านระบบ e – Learning ที่อยู่ในรูปแบบ English Online Game (เกม Magic Fighter) และการอ่านหนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ Extensive Reading อย่างเพลิดเพลินที่บ้านได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถสรุปหลักการสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษของ ACTive English ได้ว่า

  1. ACTive English เชื่อว่า “ยิ่งนักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษได้บ่อยแค่ไหน นักเรียนก็ยิ่งมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ และเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น”
  2. ACTive English เชื่อว่า “ลำพังแค่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน ไม่อาจทำให้เด็กพูดภาษาอังกฤษได้ การฝึกภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน จึงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ซึ่งเด็กจะต้องรู้สึกสนุกกับการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง โดยไม่รู้สึกว่ามีภาระที่น่าเบื่อหน่าย”

ด้วยระบบในการเรียนภาษาอังกฤษ “แบบเน้นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน โดยที่นักเรียนไม่รู้สึกว่าเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย” ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะสามารถทำให้นักเรียนได้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละสัปดาห์มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่าตัว ด้วยกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วการเรียนภาษาอังกฤษเสริม ในหลักสูตรอื่นๆ มักจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ แล้วนักเรียนจะมีโอกาสได้ “ฝึกใช้ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ” เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น หรือไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนเวลาที่เหลือในชั้นเรียน ครูก็มักจะมอบหมายให้นักเรียนง่วนกับการจดบันทึกบนกระดาน หรือกิจกรรมอื่นใด ที่นักเรียนไม่ได้ “ฝึกพูด หรือฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ซึ่งต่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูฝรั่งเจ้าของภาษาก็ตาม แต่ด้วยโอกาสที่นักเรียนได้ฝึกพูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่อาจทำให้นักเรียนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย

แต่สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้น มีระบบในการเรียนการสอน โดยมุ่งการ “ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ดังนี้

  • หลักสูตร ACTive English มีแผนการสอนที่กำหนดให้ครูผู้สอนใช้ภาษาอังกฤษในการสอนไม่น้อยกว่า 80% (โดยจะอนุญาตให้ครูใช้ภาษาไทยในการอธิบายในกรณีที่ครูต้องการที่จะกำหนดกติกาเพื่อควบคุมชั้น หรือแปลคำศัพท์บางส่วน เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เข้าใจในบทเรียน แต่จะต้องดำเนินการหลังจากที่ครูได้พยายามอธิบายด้วยประโยคง่ายๆ ช้าๆ การสาธิต ใช้รูปภาพ หรือใช้กิริยาท่าทางประกอบ อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่นักเรียนยังไม่สามารถเข้าใจได้ และถ้านักเรียนไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถร่วมกิจกรรมการเรียนรู้นั้นได้ หลักสูตรจึงจะอนุญาตให้ครูผู้สอนใช้ภาษาไทยช่วย)
  • หลักสูตร ACTive English ใช้กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อจูงใจให้นักเรียนได้พูดภาษาอังกฤษได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนไม่ต่ำกว่า 80% ของเวลาเรียนในห้องเรียน ซึ่งโดยปกติแล้วในการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร ACTive English ในแต่ละสัปดาห์ จะมีเวลาเรียนทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง ซึ่งโดยนโยบายแล้ว ภายในเวลา 2 ชั่วโมงในห้องเรียน ครูจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบาย ให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด = 80% ของ 120 นาที = 96 นาที หรือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที แต่ในทางปฏิบัติจริง การเรียนการสอนภายในห้องเรียน ACTive English ครูจะใช้ภาษาไทยช่วยน้อยมาก เพราะนโยบายของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้กำหนดให้ ครูผู้สอนสามารถใช้ภาษาไทยในการช่วยสื่อสารภายในชั้นเรียน ก็ต่อเมื่อ 1) ครูได้พยายามอธิบาย ด้วยคำศัพท์ที่ง่ายลง และพูดช้าๆ ซ้ำๆ แล้ว 2) ครูได้ลองสาธิตให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างแล้ว และ 3) ครูมีการใช้รูปจาก Flash Card หรือจากสื่อ Interactive Multimedia ตลอดจนมีการใช้ภาษากายประกอบการอธิบายแล้วแต่นักเรียนยังคงไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ครูพยายามจะสื่อสารอย่างครบถ้วน โดยส่วนใหญ่  การใช้ภาษาไทยช่วยในการสื่อสารจะเกิดขึ้นในการเรียนในครั้งแรกๆ เท่านั้น สำหรับการเรียนในครั้งต่อๆ ไป เมื่อนักเรียนมีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนมากขึ้นแล้ว ครูผู้สอนก็จะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และสื่อสารกับนักเรียนในห้องเรียนเต็มเวลา 2 ชั่วโมง
  • หลักสูตร ACTive English ในบางหลักสูตร* จะมีครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) ร่วมสอนด้วย เพื่อเป็นกุศโลบายให้นักเรียนได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริงๆ เพื่อให้นักเรียนมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษของตนเองมากยิ่งขึ้น

*หมายเหตุ: การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษามาร่วมสอน นั้นเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของหลักสูตร เพราะว่าสื่อ Interactive Multimedia ของหลักสูตร ACTive English ก็ใช้เสียงของเจ้าของภาษา (Native Speaker) ในการบันทึกเสียงอยู่แล้ว ดังนั้นการจัดให้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาในการร่วมสอนในบางหลักสูตร จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียน

  • หลักสูตร ACTive English มีบริการเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ (English Online Game) ที่ชื่อว่า “Magic Fighter” และ Web School ที่ถูกออกแบบให้มีความสนุกสนาน โดยให้มีวงคำศัพท์ และโครงสร้างประโยค ที่ตรงกับเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปในห้องเรียน ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้ว นักเรียนจะใช้เวลาในวันจันทร์ – ศุกร์ วันละประมาณ 1 ชั่วโมงใน และในวันเสาร์ – อาทิตย์ วันละประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเล่นเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ Magic Fighter ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้รับความสนุกสนานแล้ว นักเรียนยังได้ทบทวนบทเรียน และฝึกการใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย โดยเฉลี่ยนักเรียนในหลักสูตร ACTive English จะใช้เวลากับ Web School และเกม Magic Fighter ประมาณสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง

โดยสรุปแล้วด้วยระบบการเรียนการสอนของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงทำให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อสัปดาห์ และการทบทวน และฝึกใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านผ่าน Web School และเกม Magic Fighter อีกประมาณ 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้ในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษกับหลักสูตร ACTive English จะมีเวลากับการใช้ภาษาอังกฤษมากถึง 10 – 10.5 ชั่วโมง เลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่น (ซึ่งนักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ถึง 10 เท่าตัวด้วยกัน!!!

ปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครอง มักจะมีความเชื่อที่ว่า “การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา จะทำให้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนดีขึ้น” นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะอันที่จริงแล้วปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้นักเรียนสามารถพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว (English Proficiency) นั้นคือ “ความถี่ หรืออัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)” ต่างหาก การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาช่วยสอนนั้น นั้นเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม ที่ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสทดลองใช้ภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมา กับชาวต่างชาติ เพื่อทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยใช่หรือไม่ว่า ที่ผ่านมาระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ที่ฝากความหวังไว้กับครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา จึงไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะตราบใดที่ครูชาวต่างชาตินั้นไม่สามารถเพิ่มความถี่ในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะมีพัฒนาการทางทักษะการใช้งานภาษาอังกฤษได้อย่างมีนัยสำคัญได้เลย

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า “ฝรั่ง” ที่ผมสีบรอนด์ ตาสีฟ้า ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้เป็นทุกคน เพราะฝรั่งบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน อิตาลี สวีเดน ฯลฯ ก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ดังนั้นจึงมีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษบางแห่ง นำเอาฝรั่งที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เหล่านี้ มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษภายในโรงเรียน เพื่อหลอกให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหลงเชื่อ คิดว่า “การใช้ฝรั่งสอนภาษาอังกฤษ จะทำให้บุตรหลานเก่งภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูชาวไทย” ซ้ำร้ายฝรั่งเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเพียง “นักท่องเที่ยว” ไม่ได้เป็น “ครู” ดังนั้นจึงไม่สามารถสอน และบ่มเพาะทักษะการพูด และการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ การเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งเหล่านี้จึงเป็นความสูญเปล่า และเป็นการเสี่ยงต่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของบุตรหลาน อย่างน่าเป็นห่วงมากๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกว่า “การใช้ครูไทยสอนจะทำให้นักเรียนไม่ได้สำเนียง (accent)” ซึ่งฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอทำความเข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองในเบื้องต้นว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ภาษาอังกฤษจะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการดำรงชีวิต และทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่มีคนต่างชาติ ต่างภาษา อยู่อาศัย ใช้ชีวิต และทำงานร่วมกัน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (Multi-national situation) และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือ

  1. การออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้อง และ
  2. การเน้นเสียง  (Stress) ที่ถูกต้อง และ
  3. การมีวงคำศัพท์ และโครงสร้างรูปประโยคที่มากเพียงพอที่จะใช้ในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว

สำหรับเรื่องของ “สำเนียง (accent)” ที่คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองมักจะสอบถามถึง ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขออธิบายเพิ่มเติม ดังนี้ว่า อันที่จริงสำหรับ “เจ้าของภาษา ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่” ในแต่ละประเทศก็มีสำเนียงที่แตกต่างกัน เช่น ชาวออสเตรเลีย ก็มีสำเนียงของชาวออสเตรเลีย ชาวนิวซีแลนด์ ก็มีสำเนียงของชาวนิวซีแลนด์ ขนาดในประเทศสหรัฐอเมริกา คนที่อยู่อาศัยในฝั่งตะวันตก ก็จะมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่แตกต่างจากคนที่อาศัยอยู่ในฝั่งตะวันออก คนผิวดำ ก็มีสำเนียงที่แตกต่างจากคนผิวขาว เราไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการสื่อสาร หรือดูถูกดูแคลนคนชาติใดในเรื่องของสำเนียง เช่น “สำเนียงเธอไม่ใช่สำเนียงอเมริกัน ฉันขอไม่คุยกับเธอนะ” “อ้าว! สำเนียงเธอนี่เป็นอ๊อซซี่ ฉันคุยกับเธอไม่รู้เรื่องหรอกนะ”

แต่อย่างไรก็ตาม จะมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า เจ้าของภาษาในทุกๆ ประเทศ แม้ว่าจะมีสำเนียงที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมี “การเน้นเสียง (Stress)” และการออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้องตรงกันเสมอ ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพูดภาษาอังกฤษให้สามารถสื่อสารได้ ทำงานร่วมกันคนทุกๆ ชาติในโลกใบนี้ได้ จึงไม่ใช่ “สำเนียง (accent)” แต่เป็น “การเน้นเสียง (Stress)” และ “การออกเสียง (Phonics)” ที่ถูกต้องเหมือนกับเจ้าของภาษาต่างหาก ดังนั้นการที่จะใช้ครูไทย หรือครูชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ หากครูผู้สอนคนนั้นสามารถสอนให้นักเรียนออกเสียง และเน้นเสียงได้อย่างถูกต้อง ก็เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว

ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอยืนยันว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษามาตรฐาน (Standard Language) ที่ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างคนทั่วโลก แต่ไม่มีสำเนียงที่เป็นมาตรฐาน (Standard Accent) คนที่ปฏิเสธที่จะสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษกับคนที่มีสำเนียงนั้น สำเนียงนี้ หรือพอไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับคู่สนทนาได้ ก็ยกอ้างเอาประเด็นของ “สำเนียง (Accent)” ของคู่สนทนามาเป็นข้ออ้าง ส่วนมากมักจะเป็นคนที่ขาดทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency Inadequacy) แต่มักจะอาย ไม่กล้าที่จะยอมรับตนเอง จึงต้องยกเอาประเด็นในเรื่องของ “สำเนียง (Accent)” ของคู่สนทนา มาเป็นข้ออ้างแก้เกี้ยว

หากเปรียบเทียบกับบริบทของประเทศไทย คนไทยที่อยู่อาศัยในแต่ละภาคของประเทศไทย ต่างก็มีสำเนียงถิ่นของตนเอง เช่น สำเนียงสุพรรณ สำเนียงแม่กลอง สำเนียงกาญจนบุรี สำเนียงปักษ์ใต้ สำเนียงภาคอีสาน สำเนียงภาคเหนือ แต่คนไทยทุกๆ คนก็สามารถที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยใช้ “ภาษาไทยสำเนียงกรุงเทพฯ” กันได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นในเรื่องของ “สำเนียง (Accent)” จึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับการออกเสียงที่ถูกต้อง การเข้าใจคำศัพท์ และโครงสร้างประโยคที่ใช้ในการสื่อสารที่หลากหลาย ครอบคลุมการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่มากเพียงพอ

ยิ่งในอนาคต ด้วยการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) และการประกอบธุรกิจกับต่างประเทศที่มีมากขึ้น นักเรียนจะมีโอกาสในการทำงานร่วมกันกับคนหลายๆ เชื้อชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง คนแต่ละชาติ ก็มีสำเนียงในการพูดที่แตกต่างกันไป ซึ่งหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีความเชื่อว่า “เรื่องของสำเนียง เป็นเรื่องที่นักเรียนของเราสามารถปรับตัวกันได้ แต่การออกเสียง และการเน้นเสียงที่ถูกต้อง นั้นมีความจำเป็นต้องฝึกให้นักเรียนออกเสียง เน้นเสียงให้ถูกต้อง จนเป็นนิสัยในปัจจุบันนี้ เพราะถ้านักเรียนออกเสียงผิด หรือเน้นเสียงผิดแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ลำบากมากๆ ในอนาคต”

จากการวิจัยในชั้นเรียนของฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center  พบว่าการใช้ครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) มาช่วยสอนในชั้นเรียน มีส่วนช่วยทำให้นักเรียนที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่ดีระดับหนึ่ง มีความมั่นใจในการพูด และการใช้ภาษาอังกฤษของตนดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้นักเรียนที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษในระดับที่ยังไม่ดีนัก หรือยังขาดความมั่นใจในตนเอง มีทักษะทางภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น

สำหรับการสอนโดยครูชาวไทย ที่มีการออกเสียง (Phonics) และการเน้นเสียง (Stress) ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และมีทักษะ และจิตวิทยาในการสอน (ใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบาย ที่ทำให้นักเรียนกล้าที่จะพูด และใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน) และสอนภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก กลับช่วยทำให้นักเรียนในภาพรวมมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีส่วนในการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ที่ทำให้นักเรียนยึดเอาครูชาวไทยเป็นแบบอย่าง (Role Model) ในพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของตนเองอีกด้วย

คำว่า “ACTive” ซึ่งเป็นชื่อนำของหลักสูตร ACTive English นั้นสะท้อนองค์ประกอบของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้อย่างครบถ้วน ดังต่อไปนี้

A         =   Assimilative Learning

เนื่องจากหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้นเป็นหลักสูตรที่ครูผู้สอนจะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และการสื่อสารภายในห้องเรียน ทำให้นักเรียนที่เรียนในหลักสูตร ACTive English ค่อยๆ ซึมซับ คำศัพท์ และโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษต่างๆ ทั้งที่อยู่ในบทเรียน และที่ต้องใช้สื่อสารกับครูในห้องเรียนบ่อยๆ จนในที่สุดนักเรียน จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในโอกาสอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ เป็นธรรมชาติ เพราะหลักสูตร ACTive English ไม่ได้สอนให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษแบบ “ท่องจำไวยากรณ์” แต่เน้นการ “ฝึกใช้บ่อย” จนนักเรียนรู้สึกคุ้นเคย

C         =   Collaborative Learning

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีความเชื่อว่า การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน จะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับผู้ปกครองในการ ดังนั้นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงได้พัฒนาระบบการสื่อสารกับผู้ปกครอง ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • Learning Management System (LMS) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองสามารถติดตามดูการทำแบบฝึกหัด (Workbook) และผลของการฝึกภาษาอังกฤษผ่านการเล่น English Online Game “Magic Fighter” ได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้หลักสูตร ACTive English
  • การสื่อสารกับผู้ปกครอง เพื่อรายงานพัฒนาการทางภาษาให้กับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองทราบในทุกๆ สัปดาห์ ผ่าน Communication Book ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ สามารถอ่านความคิดเห็นของครู และสื่อสารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับ “การพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของนักเรียน” ผ่าน Communication Book นี้
  • การสื่อสารคะแนนสอบ Unit Test (ซึ่งเป็นการสอบประจำเดือนในการเรียนที่ 1 และเดือนที่ 2 เป็นการทดสอบ Vocabulary, Grammatical Structure และ Reading Comprehension) และ Proficiency Test (เป็นการสอบวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง ทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการเรียนในเดือนที่ 3 ก่อนเปลี่ยนระดับไปเรียนใน Level ถัดไปที่สูงขึ้น) ซึ่งครูผู้สอนจะรายงานให้คุณพ่อคุณแม่ทราบผ่าน Final Report

T         =   Tactically Enjoyable Learning

รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร ACTive English นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ “กิจกรรมการเรียนรู้ (Activity Based Learning)” ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ทำให้เด็กรู้สึกสนุก และมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งการฝึกพูดภาษาอังกฤษในรูปแบบประโยค (Sentence Pattern) ตามบทเรียนที่นักเรียนได้เรียน และภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารกับครูภายในห้องเรียน (Classroom Language) ซึ่งหลักสูตร ACTive English นั้นได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่านักเรียนจะได้ “พูด” ภาษาอังกฤษ ภายในห้องเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนการสอนเอาไว้อย่างแยบยล

i           =   Interactive Learning

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีการใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ นั่นหมายถึงทั้งนักเรียน และครูจะใช้สื่อ Interactive Multimedia ผ่าน Interactive Whiteboard ในการเรียนรู้ และการฝึกใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียน ทำให้การเรียนรู้ภายในห้องเรียน เป็นการเรียนที่สัมผัสได้ มีการตอบสนอง และเป็นการสื่อสาร จึงเป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่ทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

v          = Vivid Multimedia

สื่อ Interactive Media ต่างๆ ทั้งในส่วนของ Web School และ English Online Game (เกม Magic Fighter) ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนในหลักสูตร ACTive English นั้นได้รับการออกแบบให้อยู่ในรูปแบบของการ์ตูน และ Animation ที่มีชีวิตชีวา เหมาะกับวัยของนักเรียน จึงทำให้นักเรียนมีความสนุกสนานที่จะฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมในห้องเรียน และฝึกฝนทบทวนด้วยตนเองที่บ้าน

e          =   Energetic Learning Attitude

ครูที่สอนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะมีหน้าที่ในการเลือกสรรกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เพื่อจูงใจให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ อย่างสนุกสนาน ดังนั้นครูผู้สอนในหลักสูตรจะต้องมีพลัง และมีความกระตือรือร้นมากๆ เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียนของหลักสูตร ACTive English ให้เป็นห้องเรียนที่มีพลัง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานในการใช้ภาษาอังกฤษ

ความหมายของคำว่า ACTive ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English

 

กรอบในการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English

3e Model of ACTive English

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้รับการออกแบบหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรที่เป็น English Proficiency Curriculum คือ เป็นหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ อย่างครบถ้วนทั้ง 4 ทักษะคือ การฟัง พูด อ่าน เขียน โดยมีการผสมผสานเทคโนโลยีทางการศึกษา ระบบสารสนเทศ และสื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด 3e Model ที่มีการบูรณาการ ระบบ e-Teaching, e-Learning และ e-Management  เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็น แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) ที่ประเทศชั้นนำในเอเซียใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนในชาติ

<อ่านรายละเอียดคลิ้ก>

 

โครงสร้างหลักสูตร

มาตรฐานอ้างอิง ที่ใช้ในการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English: CEFR Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Test

หลักสูตร ACTive English นั้นเป็นหลักสูตรที่ได้รับการออกแบบให้มีเนื้อหาหลักสูตร และระบบการเรียนการสอน ที่มีความสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งเป็นมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของประชากรของประเทศในสหภาพยุโรป เพื่อให้โรงเรียนทุกๆ โรงเรียน ในแต่ละประเทศที่เป็นชาติสมาชิกในสหภาพยุโรป ได้ออกแบบหลักสูตร และอำนวยการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่มุ่งเน้นในการพัฒนา “ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency)” ให้กับประชากรของตนเอง เพื่อให้ประชากรของทุกๆ ประเทศในสหภาพยุโรป สามารถใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลาง ในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนสามารถประสานงานเพื่อดำเนินธุรกรรม และธุรกิจใดๆ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR นั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

<อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ CEFR คลิ้ก>

ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี (อนุบาล 2 – ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยประมาณ) 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ซึ่งมีอยู่ 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 3 – ป.6 ซึ่งมีทั้งสิ้น 13 ระดับ คือ Starter และ Level 1 – 12 โดย Phonics World 1&2 จะมีระยะเวลาในการเรียนทั้งสิ้น 72 ชั่วโมง โดยประมาณ โดยจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง (จะใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 36 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน)  Phonics World 3 จะมีระยะเวลาในการเรียนทั้งสิ้น 40 ชั่วโมง โดยประมาณ โดยจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง (จะใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือน) Starter, Level 1 – 5 จะมีระยะเวลาในการเรียนในแต่ละ Level ทั้งสิ้น 48  ชั่วโมงโดยประมาณ โดยจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง (1 Level ใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 24 สัปดาห์ หรือ 6 เดือน) ซึ่งเป็นระยะเวลา และความถี่ที่ทำให้เด็กในวัย 6 – 9 ปี จะสนุกกับการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดจนสามารถซึมซับทักษะภาษาอังกฤษได้ดีที่สุด สำหรับ Level 6 – 8 จะมีรูปแบบการเรียน และการฝึกใช้ภาษาอังกฤษที่เข้มข้นขึ้น โดยมีระยะเวลาในการเรียนในแต่ละ Level ทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง โดยเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 ชั่วโมง (ภาคเช้า 2 ชั่วโมง และภาคบ่าย 2 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือน) และสำหรับ Level 9 – 12 จะมีรูปแบบการเรียน ที่มุ่งเน้นทางด้านทักษะการเขียน และการอ่านเพิ่มมากขึ้น โดยมีระยะเวลาในการเรียนในแต่ละ Level ทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง โดยเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 5 ชั่วโมง (ภาคเช้า 2 ชั่วโมง 30 นาที และภาคบ่าย 2 ชั่วโมง 30 นาที ใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน) ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนในระดับประถมศึกษาทุกคนที่ผ่านการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร ACTive English มีระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ A1 – A2 ตามมาตรฐาน CEFR ของยุโรป เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองในระดับ Academic English เช่น TOEIC, TOEFL หรือ IELTS ได้ทันที เมื่อเรียนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นเลิศ พร้อมที่จะศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ หรือหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ต่อไป

นอกจากมาตรฐาน CEFR แล้ว หลักสูตร ACTive English ยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ  Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Tests (CYLET)  ซึ่งเป็นแบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียนซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก โดยความสอดคล้องระหว่างหลักสูตร ACTive English กับมาตรฐานสากลต่างๆ สามารถสรุปได้ดังตาราง และแผนภูมิ ดังต่อไปนี้

แผนภูมิเทียบระดับของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English กับมาตรฐานทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากลต่างๆ

ตารางเปรียบเทียบระดับของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English กับมาตรฐานทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากลต่างๆ

โดยเนื้อหาหลักสูตร ACTive English ในระดับ Starter และ Level 1 – 12 โดยการเรียนในแต่ละระดับ จะเริ่มจากการให้นักเรียนทำ Placement Test เพื่อที่ครูจะเลือกระดับที่เหมาะสมกับศักยภาพทางภาษาของนักเรียน โดยในระหว่างเรียนจะมี Unit Test 2 ครั้ง เพื่อติดตามพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนอย่างใกล้ชิด และเมื่อเรียนจบในระดับนั้นแล้ว จะมีการทดสอบ Proficiency Test ซึ่งเป็นการทดสอบ 4 ทักษะ ประกอบไปด้วย ทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน เพื่อเป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางภาษา ก่อนที่เด็กจะเลื่อนไปเรียนใน ระดับถัดไป แต่สำหรับนักเรียนในระดับชั้นเล็กๆ (อนุบาล 2 – 3) ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอแนะนำให้เริ่มเรียนที่หลักสูตร Phonics World ในระดับ Phonics World 1&2 ก่อน และเมื่อเรียนจบในระดับ Phonics World 1&2 แล้ว ครูใหญ่ และครูผู้สอน จะพิจารณาจากวัยของนักเรียน ในการกำหนดระดับในการเรียนถัดไป โดยถ้านักเรียนยังเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 ก็จะพิจารณาให้นักเรียนเรียนต่อในระดับ Phonics World 3 ถ้านักเรียนเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1 ก็จะพิจารณาให้นักเรียนเรียนต่อในระดับ Starter ถ้านักเรียนเรียนอยู่ในระดับอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 2 หรือกำลังจะขึ้น ป.1 ก็จะพิจารณาให้นักเรียนเรียนใน Level 1 (โดยสามารถข้ามระดับ Starter ได้)

โดยเนื้อหาของหลักสูตรในแต่ละระดับ สามารถสรุปได้พอสังเขป ดังนี้

Phonics World 1&2 (72 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 36 สัปดาห์)

Learning Topics: The Alphabet and Short Vowels

  • Aa Bb Cc: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ apple, ax, ant, alligator, bear, bird, bed, banana, cat, cup, car, computer
  • Dd Ee Ff: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ dog, desk, doll, duck, egg, elbow, envelope, elephant, fish, fan, farm, fork
  • Gg Hh Ii: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ gorilla, goat, gift, girl, horse, hat, house, hot dog, insect, ink, igloo, iguana
  • Jj Kk Ll: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ jet, jam, juice, jacket, kangaroo, key, king, kite, lion, lamp, leaf, lemon
  • Mm Nn Oo: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ monkey, milk, money, mouse, nut , net, nest, nose, octopus, ox, olive, ostrich
  • Pp Qq Rr: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ peach, pen, panda, pineapple, queen, quiz, quilt, question, rabbit, rose, rice, robot
  • Ss Tt Uu Vv: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ seal, sun, soap, socks, turtle, tent, tiger, teacher, umbrella, up, uncle, umpire, van, vet, vest, violin
  • Ww XxYy  Zz: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ wolf, web, water, watch, fox, box, six, wax, yo-yo, yak, yogurt, yacht, zipper, zero, zoo, zebra
  • short a (a, am, an): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ cat, ant, yak, ax, ram, jam, yam, dam, fan, man, pan, can
  • short a (ad, ag, ap, at): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ dad, pad, bag, rag, cap, map, nap, tap, bat, rat, hat, mat
  • short e (e, et, en, ed): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ web, egg, vet, ten, jet, net, wet, pet, hen, pen, red, bed
  • short i (i, ip, ib, id): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ hip, ink, zip, in, lip, tip, sip, rip, bib, rib, kid, lid
  • short i (in, ig, it, ix): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ pin, fin, bin, win, fig, wig, big, dig, pit, hit, six, mix
  • short o (o, ot, op): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ fox, log, ox, rod, pot, hot, cot, dot, top, mop, hop, pop
  • short u (u, ug, ud, up): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ sun, up, jug, hug, bug, rug, mug, bud, mud, pup, cup
  • short u (ut, ub, um, un): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ nut, hut, cut, cub, tub, gum, hum, bun, run, fun

 

Phonics World 3 (40 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 20 สัปดาห์)

Learning Topics: Long Vowels

  • long a (a_e, ame, ake, ate, ave): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ tape, cape, cane, mane, game, cake, name, lake, gate, wave, skate, cave
  • long I (i_e, ime, ike, ive, ine): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ kite, pine, ripe, fine, lime, bike, time, hike, five, nine, dive, line
  • long o (o_e) long u (u_e): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ home, bone, cone, rope, cube, mute, cute, mule, tube, June, tune, rule
  • long a (ai, ay): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ rain, nail, tail, wait, bay, day, say, pay, sail, mail, hay, May
  • long e (ee, ea, y, ey): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ bee, feet, seed, jeep, leaf, eat, sea, meat, candy, key, happy, money
  • long i (igh, ie, y): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ light, night, high, right, pie, tie, lie, die, spy, sky, cry, my
  • long o (oa, ow): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ boat, coat, soap, road, bow, row, yellow, pillow, goat, toad, elbow, window
  • long u (ue, ui, ew, oo): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ blue, glue, clue, Tuesday, fruit, suit, new, dew, moon, zoo, food

 

Starter (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Phonics
  • Alphabet Skills
  • Handwriting skills
  • Phonetic awareness
  • Letter – sound correspondence
  • Word recognition practice
  • Daily English conversation skills
  • Basic sentence structure
  • Classroom language skills
  • Develop fluency and increase
  • Comprehension
  • Repetition set to music to enhance learning motivation and the target language

Vocabulary: 48 words

Phonics: a – z

 

Level 1 (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Greeting
  • Family members
  • Numbers (1)
  • Appearances
  • Stationery (1)
  • Colors
  • Clothing (1)
  • Animals (1)

Grammar Points:

  • Statements & Questions
  • Short & Complete answers
  • This & That & It
  • Usage of articles
  • “a” and “an”

Vocabulary: 210 words

Phonics: a – z, Short vowels

 

Level 2 (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Fruits
  • Feelings (1)
  • Preposition
  • Home spaces
  • Home objects
  • Numbers (2)
  • Toys
  • Actions (1)

Grammar Points:

  • These & Those
  • Wh-questions
  • Subjects and possessive pronouns
  • There is / are…
  • How many…?
  • Can you…?

Vocabulary: 250 words

Phonics: Consonants

 

Level 3 (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

English Proficiency References:

  • Anglia Exam: First Step
  • Cambridge YLE: Starters

Learning Topics:

  • Pets
  • Leisure activities (1)
  • Fast food
  • Beverage
  • Room objects
  • Body parts
  • Hair description
  • Weeks
  • Weather

Grammar Points:

  • Like & Likes
  • Do& Does
  • Wh-questions
  • Want & Wants
  • Have & Has
  • How’s the weather?

Vocabulary: 260 words

Phonics: Long vowels

 

Level 4 (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Daily activities (1)
  • Numbers (3)
  • Transportation
  • Things I do every day
  • Actions (2)
  • Places (1)
  • Directions

Grammar Points:

  • Wh-questions
  • How do you go to…?
  • Drive / take / ride + transportation
  • Present continuous
  • Is there a…?
  • How can I get to the…?

Vocabulary: 210 words

Phonics: Consonant digraphs

 

Level 5 (48 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 24 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Ordinal numbers
  • Occupations (1)
  • School subjects
  • Seasons
  • Things I usually do
  • Time expression
  • Clothing (2)
  • Price
  • Reading comprehension

Grammar Points:

  • Wh-questions
  • Frequency adverbs
  • How often…?
  • How much…?

Vocabulary: 220 words

Phonics: Diphthong

 

Level 6 (30 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง 8 สัปดาห์)

English Proficiency References:

  • Anglia Exam: Junior
  • Cambridge YLE: Starters

Learning Topics:

  • Months
  • Clothing (3)
  • Stationery (2)
  • Feelings (2)
  • Places (2)
  • Occupations (2)
  • Quantifier
  • Daily activities (2)
  • Reading comprehension

Grammar Points:

  • Wh-questions
  • Possessive pronouns
  • Whose…?
  • Past tense
  • Present & past tense

Vocabulary: 165 words

Phonics: Consonant blends, Soft and hard c & g

 

Level 7 (30 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง 8 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Past tense: Regular verbs
  • Irregular verbs
  • Events & Activities
  • Animals (2)
  • Reading comprehension

Grammar Points:

  • Past tense and past continuous
  • Wh-questions
  • Conjunction: …while…
  • Conjunction: …when…
  • Imperative
  • …before & …after
  • …and…& …or…

Vocabulary: 160 words

 

Level 8 (30 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง 8 สัปดาห์)

English Proficiency References:

  • Anglia Exam: Primary
  • Cambridge YLE: Starters

Learning Topics:

  • Verb phrases
  • Leisure activities (2)
  • Natural scenes (1)
  • Occupations (3)
  • Nations
  • Comparative & Superlative Adjectives
  • Reading comprehension

Grammar Points:

  • Future tense: Will & Be going to
  • Comparative
  • Superlative
  • Much & Very
  • More & Most

Vocabulary: 160 words

 

Level 9 (60 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง 12 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Essays about:
    • Natural scenes (2)
    • Movies
    • Food
    • Talent contest
    • Amusement park

Grammar Points:

  • Be V. + as adj. as…
  • Linking verbs
  • …, too & …, either
  • So & Neither
  • Position of “both’ & “all”
  • Each / two / both / some / all of the…
  • One / another /
  • the other
  • Countable & Uncountable nouns

Vocabulary: 120 words

 

Level 10 (60 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง 12 สัปดาห์)

Learning Topics:

  • Essays about:
    • Clinic
    • Newborn baby
    • Surprise gift
    • Home party
    • New Cinderella
    • Toy museum
    • Birthday gift
    • Brand-new life

Grammar Points:

  • …not only…but also
  • See / hear / watch / listen to + V or V-ing
  • Present participle
  • Past participle
  • Verb phrases
  • Causatives
  • Adverbs
  • …too…to
  • …so…that…

Vocabulary: 120 words

 

Level 11 (60 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง 12 สัปดาห์)

English Proficiency References:

  • CEFR: A1
  • Anglia Exam: Preliminary
  • Cambridge YLE: Movers

Learning Topics:

  • Essays about:
    • City and country
    • Playground
    • Traffic safety
    • Book exhibition
    • Traveling
    • Helen Keller
    • Hot news
    • Flea market

Grammar Points:

  • V. + to V
  • V. + V-ing
  • V-ing + N = it
  • Passive
  • Present perfect
  • Which one…?
  • Take & Spend
  • Cost & Spend

Vocabulary: 100 words

 

Level 12 (60 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง 12 สัปดาห์)

English Proficiency References:

  • CEFR: A2
  • Anglia Exam: Elementary
  • Cambridge YLE: Flyers

Learning Topics:

  • Essays about:
    • Barbecue
    • Blood type
    • Guide dogs
    • New computer
    • Accidents
    • Toilsome jobs
    • Good habits
    • Dreams

Grammar Points:

  • Reflexive pronouns
  • Relative pronouns
  • Tag questions
  • Indirect questions
  • Though
  • If-clauses

Vocabulary: 120 words

 

สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English

ชุดหนังสือเรียนของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้ออกแบบชุดสื่อการเรียนรู้ ที่มีการผสมผสานการใช้หนังสือเรียน แบบฝึกหัด หนังสืออ่านนอกเวลาสื่อ Interactive Multimedia ต่างๆ  เข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ และมีประสิทธิภาพ โดยในหนังสือเรียน แบบฝึกหัด และหนังสืออ่านนอกเวลา จะมี Audio CD ประกอบ เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ในการพัฒนาทักษะการฟัง (Listening Skill) ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง นอกจากนี้นักเรียนจะได้รับ e-Learning Card ซึ่งใช้ในการเข้าสู่ระบบ Web School ซึ่งนักเรียนจะสามารถใช้สื่อต่างๆ ใน Web School เพื่อทบทวนบทเรียน และฝึกทักษะภาษาอังกฤษของตนเองได้ โดยสื่อที่นักเรียนสามารถใช้ได้ใน Web School คือ

  1. การทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองผ่านสื่อ Interactive Multimedia ส่วนหนึ่ง ที่ครูผู้สอนใช้ในการอำนวยการเรียนการสอนในห้องเรียน
  2. การฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านการเล่นเกมภาษาอังกฤษ Online ที่ชื่อว่า Magic Fighter ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้ทบทวนวงคำศัพท์ (Headwords) และโครงสร้างประโยค (Sentence Pattern) ผ่านการเล่นเกมอย่างสนุกสนาน โดยที่ทักษะภาษาอังกฤษก็เพิ่มพูนขึ้นไปควบคู่กันอย่างอัตโนมัติ
  3. การฝึกทำแบบฝึกหัดแบบออนไลน์ในรูปแบบของ e-Homework
  4. การทดลองทำข้อสอบประเมินทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ของตนเอง โดยข้อสอบที่ Web School ได้รวบรวมไว้นั้นเป็นข้อสอบที่เป็นแนวเดียวกันกับ Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Test

สื่อการเรียนรู้ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีอยู่ในลักษณะบูรณาการ

 

กิจกรรมในห้องเรียน (During Class Activities)

การเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะอยู่ในรูปแบบของกิจกรรม (Activity Based Learning) ผ่านการใช้สื่อ Interactive Multimedia ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียน และมีอัตราการใช้ภาษาอังกฤษที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ดีขึ้นอย่างอย่างก้าวกระโดด และเป็นธรรมชาติ

Interactive Multimedia ที่ใช้ในห้องเรียนเพื่อการฝึกคำศัพท์ โครงสร้างประโยค และไวยากรณ์

Interactive Multimedia ที่ใช้ในห้องเรียนเพื่อฝึกทักษะการอ่าน การออกเสียง และการพูดในสถานการณ์ต่างๆ

 

กิจกรรมนอกห้องเรียน (After Class Activities)

เพื่อทำให้นักเรียนสามารถเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีนัยสำคัญ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงได้ออกแบบกิจกรรมนอกห้องเรียน (After Class Activities) เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนในการฝึกทักษะภาษาอังกฤษของตนเองผ่านการทำแบบฝึกหัด ในรูปแบบของ e-Homework และการเล่นเกมภาษาอังกฤษ Online ที่ชื่อว่า “Magic Fighter”

นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถใช้หนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษที่อยู่ในชุดหนังสือเรียน หรือหาซื้อเพิ่มเติมจากหนังสือชุด SE-ED Enjoy Reading ในการอ่านแบบ Extensive Reading (การอ่านแบบลื่นไหล เน้นจับใจความ ไม่ต้องเสียเวลาเปิดพจนานุกรม ซึ่งจะทำให้การอ่านสะดุดเป็นระยะๆ ตลอดจนนักเรียนได้เลือกอ่านเรื่องที่ชอบอย่างสมัครใจ ซึ่งจะทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกกับการอ่าน) เพื่อฝึกทักษะภาษาอังกฤษยามว่างได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาของฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center พบว่า การอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ Extensive Reading จะช่วยทำให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษ (โดยเฉพาะทักษะการอ่าน คำศัพท์ และไวยากรณ์) ดีขึ้น 50 – 70% ภายในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 1 ภาคการศึกษาปกติ)

นักเรียนสามารถฝึกทักษะภาษาอังกฤษของตนเองผ่านการเล่นเกมภาษาอังกฤษ Online (เกม Magic Fighter) และการทำแบบฝึกหัดในรูปแบบของ e-Homework

หนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษ สำหรับการฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านการอ่านแบบ Extensive Reading <คลิ้กเพื่อเลือกซื้อ>

 <Video แนะนำวิธีการใช้การอ่าน Graded Readers แบบ Extensive Reading ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ>

<รายการหนังสืออ่านนอกเวลาประเภท Graded Readers>

ระบบ Learning Management System (LMS)

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้จัดทำระบบ Learning Management System (LMS) เพื่อให้พ่อแม่ และผู้ปกครองสามารถดูประวัติการเรียนรู้ในระบบ Web School (Learning Record) ของบุตรหลาน และพัฒนาการทางภาษาของบุตรหลานผ่านระบบ Learning Management System (LMS) ได้ ซึ่งถือว่าระบบ Learning Management System (LMS) จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ทั้งครู ผู้ปกครอง ได้ทำงานร่วมกันในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน ให้มีความก้าวหน้าได้เต็มตามศักยภาพ

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ Web School ในการทบทวนบทเรียนร่วมกับบุตรหลาน ตลอดจนสามารถใช้งานระบบ Learning Management System (LMS)

 

หลักสูตร Phonics World สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3

“หลักสูตรฝึกการออกเสียงภาษาอังกฤษ ในมาตรฐานของ Oxford University Press ผสมผสานกับสื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัย กับรูปแบบการเรียนรู้ ที่เป็นกิจกรรมที่แสนสนุกสนาน ทำให้นักเรียนสามารถซึมซับ และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ต้องการปูพื้นฐานการออกเสียง (Phonics) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียน และการสื่อสารภาษาอังกฤษในอนาคต ให้กับนักเรียนในระดับอนุบาล 2 – 3 ทางฝ่ายวิชาการ SE-ED Learning Center จึงได้จัดทำหลักสูตร Phonics World ขึ้นมา 2 ระดับ ด้วยกัน คือ Phonics World 1&2 (จำนวนชั่วโมงเรียน 72 ชั่วโมง) และ Phonics World 3 (จำนวนชั่วโมงเรียน 40 ชั่วโมง) เพื่อมุ่งเน้น และฝึกทักษะการออกเสียงที่ถูกต้องให้กับนักเรียนในระดับอนุบาล 2 – 3 โดยสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในหลักสูตร Phonics World 1&2 และ Phonics 3 นั้นทางฝ่ายวิชาการ SE-ED Learning Center ได้คัดสรรหนังสือ สื่อการเรียนรู้ และสื่อ Interactive Multimedia ของ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University Press) ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำในการผลิตหนังสือเรียน และสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับโลก มาเป็นสื่อการเรียนการสอนหลักในหลักสูตร Phonics World จึงนับได้ว่าหลักสูตร Phonics World ของ ACTive English เป็นหลักสูตรที่ฝึกทักษะการออกเสียง (Phonics) และปูพื้นฐานภาษาอังกฤษในมาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

ในหลักสูตร Phonics World นักเรียนจะได้เรียนพยัญชนะ A – Z คำศัพท์ การผสมคำ และการออกเสียงอย่างถูกต้องโดยนักเรียนจะได้รับการปูพื้นฐาน และพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ด้วยความสนุกสนานผ่านตัวการ์ตูนสีสันสดใสกว่า 150 ตัว โดยการเรียนรู้ผ่านตัวการ์ตูนนี้เอง จะช่วยทำให้นักเรียนเข้าใจเรื่องการออกเสียงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถซึมซับและพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลักสูตร Phonics World เป็นหลักสูตรที่เน้นเรื่องการออกเสียงพยัญชนะ สระเสียงสั้น และสระเสียงยาว โดยใช้หลักการผสมเสียงของตัวอักษรแต่ละตัวเพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านพยางค์ คำ และประโยคอย่างถูกต้องตามหลักการออกเสียง โดยที่นักเรียนไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการท่องจำเวลาออกเสียง หรือการจำคำอ่านของศัพท์เป็นคำๆ ในรูปแบบการเรียนรู้แบบเดิมๆ สำหรับรูปแบบการเรียนรู้ของหลักสูตร Phonics World (ทั้งระดับ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3) จะอยู่ในรูปแบบของกิจกรรม (Activity Based Learning) ผ่านการเล่าเรื่องราว การทำกิจกรรมกลุ่ม และการร้องเพลง ผ่านสื่อ Interactive multimedia ที่สนุกสนานมีชีวิตชีวา นอกจากการออกเสียงแล้ว นักเรียนยังจะได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน รวมถึงการสะกดคำซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษในอนาคต ไปควบคู่กันอีกด้วย

นอกจากนี้หลักสูตร Phonics World ยังมี Interactive Multi-ROMs ที่บรรจุสื่อการ์ตูน Animation เกมภาษาอังกฤษ เรื่องเล่าสนุกๆ และเพลงที่แสนจะไพเราะ เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับไปฝึกฝนการออกเสียง และทบทวนบทเรียนที่บ้านได้อีกด้วย

หลักสูตร Phonics World นับว่าเป็นหลักสูตรในการปูพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีมากๆ เหมาะสำหรับนักเรียนในระดับอนุบาล 2 – 3 ก่อนที่จะเรียนภาษาอังกฤษในระดับ Starter หรือ Level 1 ในหลักสูตร ACTive English โดยทางฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้วางการเชื่อมโยงหลักสูตรระหว่างหลักสูตร Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ไว้ ดังนี้

  • หลักสูตร Phonics World มี 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 (72 ชั่วโมง) และ Phonics World 3 (40 ชั่วโมง)
  • ให้นักเรียนในระดับอนุบาล 2 ภาคเรียนที่ 1 (หรือกำลังขึ้น อ.2 เทอม 1) เริ่มเรียนในหลักสูตร Phonics World 1&2 เมื่อเรียนจบแล้วให้เรียนต่อในหลักสูตร Phonics World 3, Starter, Level 1 ตามลำดับ
  • ให้นักเรียนในระดับอนุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 (หรือกำลังจะขึ้น อ.2 เทอม 2) เริ่มเรียนในหลักสูตร Phonics World 1&2 เมื่อเรียนจบแล้วให้เรียนต่อในระดับ Starter และ Level 1 ตามลำดับ (ข้าม Phonics World 3)
  • ให้นักเรียนในระดับอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1 (หรือกำลังจะขึ้นอนุบาล 3 เทอม 1) เริ่มเรียนในหลักสูตร Phonics World 1&2 เมื่อเรียนจบแล้วให้เรียนต่อในระดับ Level 1 (ข้าม Phonics World 3 และ Starter)
  • ให้นักเรียนในระดับอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 2 (หรือกำลังจะขึ้นอนุบาล 3 เทอม 2) เริ่มเรียนในระดับ Starter โดยที่ไม่ต้องเรียนในหลักสูตร Phonics World ก่อน

phonics.world.order

รูปแบบของหนังสือเรียนในหลักสูตร Phonics World

หนังสือเรียนที่เน้นการฝึกทักษะการออกเสียง เพื่อให้นักเรียน มีทักษะ และพื้นฐานในการสะกด และออกเสียงคำศัพท์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การท่องจำแบบเดิมๆ

ในหนังสือแบบเรียนมีการวางรูปแบบให้เป็นเรื่องราว หรือเป็นนิทาน และเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการออกเสียงได้อย่างสนุกสนาน เป็นธรรมชาติ

หนังสือเรียนมีการปูพื้นฐานการฝึกเขียนตัวอักษรให้กับนักเรียนอย่างถูกต้อง ประกอบกับการพัฒนาทักษะให้นักเรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเรียกของตัวอักษร (Letter name) เสียงของตัวอักษร (Letter sound) และคำศัพท์ที่มีตัวอักษรนั้นเป็นส่วนประกอบ (Word Correspondence) ให้มีความสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ

 สื่อ Interactive Multimedia ที่ใช้ในหลักสูตร Phonics World

การเรียนรู้ทักษะการออกเสียง และพื้นฐานภาษาอังกฤษที่สำคัญๆ ผ่านสอนแบบเล่าเรื่อง หรือเล่านิทานที่แสนสนุก (Story Telling)

สื่อการเรียนรู้ที่อยู่ในรูปของเพลงที่แสนไพเราะ ทำให้นักเรียนสามารถซึมซับทักษะการออกเสียงที่ถูกต้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ รู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับการเรียนในหลักสูตร Phonics World

รูปแบบของแบบฝึกหัด ที่อยู่ในรูปของเกม และสื่อ Interactive Multimedia จะทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกสนานกับการเรียน ทำให้ทักษะ และพื้นฐานภาษาอังกฤษของนักเรียนพัฒนารุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ซึ่งแนวทางนี้เป็นแนวทางในการเรียนรู้ของประเทศชั้นนำในศตวรรษที่ 21 นี้

game_sound

การฝึกทักษะการออกเสียงที่ถูกต้องผ่านเกมที่แสนสนุกสนาน

game_match

เกมจับคู่คำศัพท์ ที่ทำให้นักเรียนเข้าใจความหมายของคำศัพท์ผ่านภาพ ซึ่งเป็นแนวทางในการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง เพื่อให้นักเรียนคุ้นเคยกับการทำความเข้าใจกับศัพท์ภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องใช้การแปล ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบโบราณ

game_group

เกมที่ทำให้นักเรียนได้พัฒนาความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษร (Letter name) เสียงของตัวอักษร (Letter sound) และคำศัพท์ที่มีส่วนผสมของตัวอักษรนั้นๆ เป็นส่วนประกอบ (Word Correspondence) ตลอดจนความหมายของคำศัพท์นั้นๆ ผ่านการสื่อสารทางรูปภาพ (ไม่ใช่การแปล)

ระดับที่ 1: Phonics World 1&2 (จำนวนชั่วโมงเรียน 72 ชั่วโมง)

Topics:

Phonics World 1 (The Alphabet)

  • Aa Bb Cc: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ apple, ax, ant, alligator, bear, bird, bed, banana, cat, cup, car, computer
  • Dd Ee Ff: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ dog, desk, doll, duck, egg, elbow, envelope, elephant, fish, fan, farm, fork
  • Gg Hh Ii: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ gorilla, goat, gift, girl, horse, hat, house, hot dog, insect, ink, igloo, iguana
  • Jj Kk Ll: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ jet, jam, juice, jacket, kangaroo, key, king, kite, lion, lamp, leaf, lemon
  • Mm Nn Oo: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ monkey, milk, money, mouse, nut , net, nest, nose, octopus, ox, olive, ostrich
  • Pp Qq Rr: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ peach, pen, panda, pineapple, queen, quiz, quilt, question, rabbit, rose, rice, robot
  • Ss Tt Uu Vv: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ seal, sun, soap, socks, turtle, tent, tiger, teacher, umbrella, up, uncle, umpire, van, vet, vest, violin
  • Ww XxYy  Zz: ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ wolf, web, water, watch, fox, box, six, wax, yo-yo, yak, yogurt, yacht, zipper, zero, zoo, zebra

Phonics World 2 (Short Vowels)

  • short a (a, am, an): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ cat, ant, yak, ax, ram, jam, yam, dam, fan, man, pan, can
  • short a (ad, ag, ap, at): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ dad, pad, bag, rag, cap, map, nap, tap, bat, rat, hat, mat
  • short e (e, et, en, ed): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ web, egg, vet, ten, jet, net, wet, pet, hen, pen, red, bed
  • short i (i, ip, ib, id): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ hip, ink, zip, in, lip, tip, sip, rip, bib, rib, kid, lid
  • short i (in, ig, it, ix): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ pin, fin, bin, win, fig, wig, big, dig, pit, hit, six, mix
  • short o (o, ot, op): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ fox, log, ox, rod, pot, hot, cot, dot, top, mop, hop, pop
  • short u (u, ug, ud, up): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ sun, up, jug, hug, bug, rug, mug, bud, mud, pup, cup
  • short u (ut, ub, um, un): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ nut, hut, cut, cub, tub, gum, hum, bun, run, fun

หนังสือสือเรียน Phonics World 1

หนังสือเรียน Phonics World 2

Interactive Multi – ROMs ของ Phonics World 1 ซึ่งประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้ เกมฝึกทักษะ ที่อยู่ในรูป Interactive Multimedia มากมาย ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถสนุกกับการพัฒนาทักษะการออกเสียง (Phonics) ภาษาอังกฤษ พร้อมกับการซึมซับพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ

Interactive Multi – ROMs ของ Phonics World 2 ซึ่งประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้ เกมฝึกทักษะ ที่อยู่ในรูป Interactive Multimedia มากมาย ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถสนุกกับการพัฒนาทักษะการออกเสียง (Phonics) ภาษาอังกฤษ พร้อมกับการซึมซับพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ

ระดับที่ 2: Phonics World 3 (จำนวนชั่วโมงเรียน 40 ชั่วโมง)

Topics:

Phonics World 3 (Long Vowels)

  • long a (a_e, ame, ake, ate, ave): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ tape, cape, cane, mane, game, cake, name, lake, gate, wave, skate, cave
  • long i (i_e, ime, ike, ive, ine): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ kite, pine, ripe, fine, lime, bike, time, hike, five, nine, dive, line
  • long o (o_e) long u (u_e): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ home, bone, cone, rope, cube, mute, cute, mule, tube, June, tune, rule
  • long a (ai, ay): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ rain, nail, tail, wait, bay, day, say, pay, sail, mail, hay, May
  • long e (ee, ea, y, ey): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ bee, feet, seed, jeep, leaf, eat, sea, meat, candy, key, happy, money
  • long i (igh, ie, y): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ light, night, high, right, pie, tie, lie, die, spy, sky, cry, my
  • long o (oa, ow): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ boat, coat, soap, road, bow, row, yellow, pillow, goat, toad, elbow, window
  • long u (ue, ui, ew, oo): ตัวอย่างคำศัพท์ ได้แก่ blue, glue, clue, Tuesday, fruit, suit, new, dew, moon, zoo, food

หนังสือเรียน Phonics World 3

Interactive Multi – ROMs ของ Phonics World 3 ซึ่งประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้ เกมฝึกทักษะ ที่อยู่ในรูป Interactive Multimedia มากมาย ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถสนุกกับการพัฒนาทักษะการออกเสียง (Phonics) ภาษาอังกฤษ พร้อมกับการซึมซับพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ