Q7: ที่บอกว่าหลักสูตร ACTive English เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานยุโรป CEFR และมาตรฐานสากลต่างๆ นั้นมีรายละเอียดอย่างไร?

ตอบ:

มาตรฐานอ้างอิง ที่ใช้ในการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English: CEFR Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Test

หลักสูตร ACTive English นั้นเป็นหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษที่เน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารให้กับนักเรียน (Communicative Language Teaching: CLT) ที่ได้รับการออกแบบให้มีเนื้อหาหลักสูตร และระบบการเรียนการสอน ที่มีความสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งเป็นมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของประชากรของประเทศในสหภาพยุโรป เพื่อให้โรงเรียนทุกๆ โรงเรียน ในแต่ละประเทศที่เป็นชาติสมาชิกในสหภาพยุโรป ได้ออกแบบหลักสูตร และอำนวยการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่มุ่งเน้นในการพัฒนา “ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency)” ให้กับประชากรของตนเอง เพื่อให้ประชากรของทุกๆ ประเทศในสหภาพยุโรป สามารถใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลาง ในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนสามารถประสานงานเพื่อดำเนินธุรกรรม และธุรกิจใดๆ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR นั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

หลักสูตร ACTive English เป็นภาษาอังกฤษที่ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี (อนุบาล 3 – ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยประมาณ) มีทั้งสิ้น 13 ระดับ คือ Starter และ Level 1 – 12 โดยแต่ละระดับจะมีระยะเวลาในการเรียนทั้งสิ้น 48  ชั่วโมงโดยประมาณ โดยจะเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลา และความถี่ที่ทำให้เด็กซึมซับทักษะภาษาอังกฤษได้ดีที่สุด สามารถเรียนได้อย่างสนุกสนาน ไม่เคร่งเครียด ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ในการเรียน 1 ระดับ

นอกจากมาตรฐาน CEFR แล้ว หลักสูตร ACTive English ยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ  Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Tests (CYLET)  ซึ่งเป็นแบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียนซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก โดยความสอดคล้องระหว่างหลักสูตร ACTive English กับมาตรฐานสากลต่างๆ สามารถสรุปได้ดังตาราง และแผนภูมิ ดังต่อไปนี้

แผนภูมิเทียบระดับของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English กับมาตรฐานทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากลต่างๆ

ตารางเปรียบเทียบระดับของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English กับมาตรฐานทักษะภาษาอังกฤษในระดับสากลต่างๆ

หากพิจารณาจากหัวข้อ และเนื้อหาในการเรียนรู้  (Learning Topics) ในแต่ละระดับ (Level) ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะพบว่า หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีการเรียนการสอนโครงสร้างประโยค (Sentence Pattern) ไวยากรณ์ (Grammar) ตลอดจนคำศัพท์ (Vocabulary) ที่มากกว่าหลักสูตรภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา ที่เรียนในโรงเรียนปกติในประเทศไทย เช่น โครงสร้างประโยคเงื่อนไข (If Clauses) ทั้ง 3 แบบ, โครงสร้างประโยค so…that, โครงสร้างประโยค too … to และ Question Tags เป็นต้น เนื่องจากโครงสร้างประโยคเหล่านี้ ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เชื่อว่า มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการติดต่อ สื่อสาร ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอสรุปได้ว่านักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เมื่อเรียนจบในระดับ Level 12 นั้นจะมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) เทียบเท่ากับนักเรียน Grade 6 ในประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ดีกว่านักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในประเทศไทยอย่างแน่นอน

สำหรับหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ซึ่งมีอยู่ 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 นั้นเป็นหลักสูตรที่ใช้หนังสือเรียน และสื่อ Interactive Multimedia ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University Press) เป็นหลัก จึงถือได้ว่า หลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World เป็นหลักสูตรปูพื้นฐานทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ การสะกดคำ และการเรียนรู้ความหมายของคำศัพท์ผ่านรูปภาพ และภาษากาย (โดยไม่ใช้การแปล) ที่เป็นมาตรฐานระดับโลก ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่ สามารถมั่นใจได้ว่า นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 – 3 ที่เรียนในหลักสูตร Phonics World จะได้รับการปูพื้นฐานการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และมีความพร้อม และเจตคติที่ดีในการเรียนภาษาอังกฤษในระดับที่สูงขึ้น อย่างแน่นอน

หมายเหตุ:

CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เป็นการกำหนดมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของประชากรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เพื่อให้โรงเรียนทุกๆ โรงเรียน ในแต่ละประเทศที่เป็นชาติสมาชิกในสหภาพยุโรป ได้ออกแบบหลักสูตร และอำนวยการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่มุ่งเน้นในการพัฒนา “ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency)” ให้กับประชากรของตนเอง เพื่อให้ประชากรของทุกๆ ประเทศในสหภาพยุโรป สามารถใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลาง ในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนสามารถประสานงานเพื่อดำเนินธุรกรรม และธุรกิจใดๆ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน กรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR นั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยกรอบมาตรฐาน CEFR ได้แบ่งความสามารถทางภาษาอังกฤษเป็น 6 ระดับ ดังต่อไปนี้

 Proficient User:

  • C1 (Mastery):   สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษผ่านการฟัง และการอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว ครบถ้วน สามารถสรุปใจความ จากการรับฟัง และการอ่านจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่งได้ สามารถนำเสนอความคิดเห็น ข้อโต้แย้ง เหตุผลประกอบต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถแนะนำพูดคุยภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ
  • C2 EOP (Efficient Operational Proficiency):  สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริง ในประโยคภาษาอังกฤษที่มีความซับซ้อนได้ สามารถพูดคุยภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติ โดยมีการติดขัดให้เห็นได้ไม่บ่อยนัก สามารถใช้ภาษาอังกฤษในสังคม การเรียนหนังสือ และการประกอบอาชีพ ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว สามารถใช้ภาษาอังกฤษที่มีโครงสร้างประโยคที่มีความซับซ้อนในการสื่อสารได้

Independent User:

  • B2 (Vantage):   สามารถเข้าใจใจความสำคัญของภาษาอังกฤษที่ซับซ้อนทั้งในส่วนของข้อเท็จจริง และอารมณ์ความรู้สึกของภาษาได้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่มีความเกี่ยวข้องกับอาชีพ และความสนใจของตนเอง สามารถพูดคุยภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ในระดับที่สามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้ โดยไม่ทำให้คู่สนทนาเกิดความเครียด
  • B1 (Threshold):   สามารถเข้าใจใจความสำคัญของภาษาอังกฤษในโครงสร้างพื้นฐาน ในเรื่องที่ตนเองมีความคุ้นเคย เช่น เรื่องในที่ทำงาน โรงเรียน เวลาว่าง ฯลฯ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเดินทางได้ สามารถสร้างประโยคพื้นฐานในการสื่อสารในเรื่องที่ตนเองสนใจได้ สามารถเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ เหตุการณ์ ความมุ่งหวังของตนเองเป็นภาษาอังกฤษได้ สามารถอธิบายเหตุผล และความคิดเห็นของตนเองสั้นๆ ได้

Basic User:

  • A2 (Waystage):   สามารถเข้าใจประโยคภาษาอังกฤษที่มักจะพบเจอบ่อยๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว ครอบครัว การซื้อสินค้า การเดินทาง ฯลฯ ได้ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวันได้ สามารถอธิบายความต้องการของตนเองโดยใช้ประโยคพื้นฐานได้
  • A1 (Breakthrough):   สามารถเข้าใจประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะในส่วนของที่เป็นข้อเท็จจริง และรูปธรรม สามารถแนะนำตนเอง และผู้อื่นได้ สามารถถามตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย คนที่รู้จัก สิ่งของที่ตนเองมีได้ สามารถโต้ตอบด้วยภาษาอังกฤษได้ ในกรณีที่คู่สนทนาพยายามช่วยพูดอย่างช้าๆ ชัดๆ