Q13: ทำไมหลักสูตร ACTive English จึงต้องเพิ่ม “อัตราการใช้ภาษาอังกฤษ” ของนักเรียน เพิ่มแล้วจะส่งผลต่อพัฒนาการทางภาษาของนักเรียนอย่างไร และมีวิธีการเพิ่มอย่างไร?

ตอบ:

คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองเคยตั้งคำถามในใจหรือไม่ว่า ทำไมเด็กไทยที่เรียนภาษาอังกฤษมา 12 – 15 ปี แต่ไม่สามารถพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้ ทั้งๆ ที่มี “ระยะเวลาเรียนมากถึงเป็นสิบปี” จากการทบทวนงานวิจัยของฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center พบว่า “ทักษะทางภาษาอังกฤษ (English Proficiency) นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ –ระยะเวลาเรียน (StudyPeriod)– แต่ขึ้นอยู่กับ –อัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)” หรือสรุปได้ง่ายๆ ว่า ต่อให้นักเรียนมีระยะเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษยาวนานเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้านักเรียนไม่ได้มีโอกาสที่จะได้พูด ได้ใช้ (ฟัง อ่าน เขียน) ภาษาอังกฤษที่มากเพียงพอ ก็ไม่มีทางที่นักเรียนจะสามารถพัฒนาทักษะการพูด การใช้ภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติได้

โดยทั่วไปแล้วในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เด็กจะใช้ภาษาอังกฤษผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 คำต่อปี และเมื่อเด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 6,000,000 คำ เด็กจะสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว SE-ED Learning Center พบว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยด้วยวิธีแบบเดิมๆ ทำให้เด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษได้เพียง 60,000 – 80,000 คำต่อปี เท่านั้น หากจะทำให้เด็กไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ (หรือประมาณ 50% ของเจ้าของภาษา) จะต้องใช้เวลามากกว่า 40 ปี เลยทีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า   “การเรียน (Study)”   ภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเรียนกับคุณครูชาวไทย หรือคุณครูชาวต่างชาติ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้เลย เพราะนักเรียนไม่มีโอกาสที่จะได้พูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษในอัตราที่มากขึ้น  ดังนั้นรูปแบบของการเรียนภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่ จึงควรจะอยู่ในรูปแบบที่สามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)”  ให้กับนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงจะเป็น Solution ที่ทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

“การเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)” ให้กับนักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นักเรียนพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วก็จริง แต่จะทำอย่างไรที่จะเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน ได้โดยที่นักเรียนยังคงมีความสุข สนุกสนาน และทัศนคติที่ดีต่อการเรียน การฝึก และการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ส่งไปใช้ชีวิต หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเอาตัวรอด (Survival Situation) เช่น ไปฝึกภาษาอังกฤษ หรือไปฝึกงานที่ต่างประเทศ เป็นระยะเวลาประมาณ 3 – 6 เดือน (ซึ่งดีกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยเป็นสิบปี เพราะว่าการอยู่อาศัยในต่างประเทศนั้นทำให้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าการอยู่อาศัยในประเทศไทย พออัตราการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ถี่ขึ้น สม่ำเสมอขึ้น ก็ทำให้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษดีขึ้นตามลำดับ) แต่นั่นเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็ก เราคงไม่สามารถใช้วิธีการเชิงบังคับอย่างนั้นได้ เพราะจะยิ่งทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเข้าไปอีก อะไรก็แล้วแต่ต่อให้ดีเลิศเลอขนาดไหน ถ้าเด็กรู้สึกไม่มีควาามสุขที่จะเรียนรู้ และฝึกฝน ยัดเยียดอย่างไร ก็รังแต่จะสูญเปล่า ดังนั้นโจทย์สำหรับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ให้กับเด็กที่ดีที่สุด ก็คือ “จะทำอย่างไร ที่จะทำให้เด็กนักเรียนสามารถเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ให้เพิ่มขึ้นได้ โดยที่นักเรียนมีความสุข สนุกสนานที่จะเรียนรู้ และสมัครใจที่จะฝึกฝนด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ในเวลาหลังเลิกเรียน”

ด้วยเหตุนี้ SE-ED Learning Center จึงได้ผสานความร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษาด้านภาษาอังกฤษของ LiveABC Interactive Corporation (ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้สื่อ Interactive Multimedia ที่ทันสมัย) ในการวิจัย และพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English  ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี (อนุบาล – ป.6)  ทำให้หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรที่มุ่งสร้างทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ที่ทำให้เด็กสนุกสนานกับ “การฝึกใช้” ภาษาอังกฤษ และสามารถ “เพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ทั้ง การฟัง พูด อ่าน เขียน ได้มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่า”  ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเห็นพัฒนาการทางภาษาที่ก้าวกระโดดอย่างเป็นรูปธรรมภายในการเรียน 1 Level

สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับ คือ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3 โดยเน้นการพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ และการสะกดคำให้ถูกต้อง ตลอดจนปูพื้นฐานการเข้าใจความหมายของคำศัพท์จากภาพ และภาษากาย แทนการแปล ซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง โดยหลักสูตร Phonics World นี้เป็นหลักสูตรที่ใช้หนังสือเรียน และสื่อ Interactive Multimedia ผ่าน Interactive Multi – ROMs ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University Press) เป็นสื่อหลักในการเรียนการสอน จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า หลักสูตร Phonics World ของฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center เป็นหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง และปูพื้นฐานการสะกดคำ และการทำความเข้าใจความหมายของคำศัพท์ สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 – 3 ที่อยู่ในมาตรฐานระดับโลก ผ่านสื่อ และระบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยในศตวรรษที่ 21

ทั้ง Phonics World และ ACTive English เป็นหลักสูตรที่มีปรัชญาในการเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน อย่างครบวงจร ผ่านการเรียนในห้องเรียนที่อยู่ในรูปแบบของกิจกรรม (Activity Based Learning) ผ่านสื่อ Interactive Multimedia ที่สนุกสนาน นอกจากนี้นักเรียน ยังสามารถฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเองผ่านระบบ e – Learning ที่อยู่ในรูปแบบ English Online Game (เกม Magic Fighter) และการอ่านหนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ Extensive Reading อย่างเพลิดเพลินที่บ้านได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถสรุปหลักการสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษของ Phonics World และ ACTive English ได้ว่า

  1. Phonics World และ ACTive English เชื่อว่า “ยิ่งนักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษได้บ่อยแค่ไหน นักเรียนก็ยิ่งมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ และเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น”
  2. Phonics World และ ACTive English เชื่อว่า “ลำพังแค่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน ไม่อาจทำให้เด็กพูดภาษาอังกฤษได้ การฝึกภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน จึงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ซึ่งเด็กจะต้องรู้สึกสนุกกับการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง โดยไม่รู้สึกว่ามีภาระที่น่าเบื่อหน่าย”

ด้วยระบบในการเรียนภาษาอังกฤษ “แบบเน้นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน โดยที่นักเรียนไม่รู้สึกว่าเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย” ของหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะสามารถทำให้นักเรียนได้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละสัปดาห์มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่นๆ ถึง 10 เท่าตัว ด้วยกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วการเรียนภาษาอังกฤษเสริม ในหลักสูตรอื่นๆ มักจะเรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ แล้วนักเรียนจะมีโอกาสได้ “ฝึกใช้ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ” เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น หรือไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนเวลาที่เหลือในชั้นเรียน ครูก็มักจะมอบหมายให้นักเรียนง่วนกับการจดบันทึกบนกระดาน หรือกิจกรรมอื่นใด ที่นักเรียนไม่ได้ “ฝึกพูด หรือฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ซึ่งต่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูฝรั่งเจ้าของภาษาก็ตาม แต่ด้วยโอกาสที่นักเรียนได้ฝึกพูด ได้ใช้ภาษาอังกฤษเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่อาจทำให้นักเรียนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย

แต่สำหรับหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English นั้น มีระบบในการเรียนการสอน โดยมุ่งการ “ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ” ดังนี้

  • หลักสูตร Phonics World และหลักสูตร ACTive English มีแผนการสอนที่กำหนดให้ครูผู้สอนใช้ภาษาอังกฤษในการสอนไม่น้อยกว่า 80% (โดยจะอนุญาตให้ครูใช้ภาษาไทยในการอธิบายในกรณีที่ครูต้องการที่จะกำหนดกติกาเพื่อควบคุมชั้น หรือแปลคำศัพท์บางส่วน เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เข้าใจในบทเรียน แต่จะต้องดำเนินการหลังจากที่ครูได้พยายามอธิบายด้วยประโยคง่ายๆ ช้าๆ การสาธิต ใช้รูปภาพ หรือใช้กิริยาท่าทางประกอบ อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่นักเรียนยังไม่สามารถเข้าใจได้ และถ้านักเรียนไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถร่วมกิจกรรมการเรียนรู้นั้นได้ หลักสูตรจึงจะอนุญาตให้ครูผู้สอนใช้ภาษาไทยช่วย)
  • หลักสูตร Phonics World และหลักสูตร ACTive English ใช้กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อจูงใจให้นักเรียนได้พูดภาษาอังกฤษได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนไม่ต่ำกว่า 80% ของเวลาเรียนในห้องเรียน ซึ่งโดยปกติแล้วในการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตร Phonics World และหลักสูตร ACTive English ในแต่ละสัปดาห์ จะมีเวลาเรียนทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง ซึ่งโดยนโยบายแล้ว ภายในเวลา 2 ชั่วโมงในห้องเรียน ครูจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบาย ให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด = 80% ของ 120 นาที = 96 นาที หรือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที แต่ในทางปฏิบัติจริง การเรียนการสอนภายในห้องเรียน Phonics World และ ACTive English ครูจะใช้ภาษาไทยช่วยน้อยมาก เพราะนโยบายของหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้กำหนดให้ ครูผู้สอนสามารถใช้ภาษาไทยในการช่วยสื่อสารภายในชั้นเรียน ก็ต่อเมื่อ 1) ครูได้พยายามอธิบาย ด้วยคำศัพท์ที่ง่ายลง และพูดช้าๆ ซ้ำๆ แล้ว 2) ครูได้ลองสาธิตให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างแล้ว และ 3) ครูมีการใช้รูปจาก Flash Card หรือจากสื่อ Interactive Multimedia ตลอดจนมีการใช้ภาษากายประกอบการอธิบายแล้วแต่นักเรียนยังคงไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ครูพยายามจะสื่อสารอย่างครบถ้วน โดยส่วนใหญ่  การใช้ภาษาไทยช่วยในการสื่อสารจะเกิดขึ้นในการเรียนในครั้งแรกๆ เท่านั้น สำหรับการเรียนในครั้งต่อๆ ไป เมื่อนักเรียนมีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนมากขึ้นแล้ว ครูผู้สอนก็จะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน และสื่อสารกับนักเรียนในห้องเรียนเต็มเวลา 2 ชั่วโมง
  • หลักสูตร Phonics World และหลักสูตร ACTive English ในบางหลักสูตร* จะมีครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) ร่วมสอนด้วย เพื่อเป็นกุศโลบายให้นักเรียนได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริงๆ เพื่อให้นักเรียนมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษของตนเองมากยิ่งขึ้น

*หมายเหตุ: การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษามาร่วมสอน นั้นเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของหลักสูตร เพราะว่าสื่อ Interactive Multimedia ของหลักสูตร ACTive English ก็ใช้เสียงของเจ้าของภาษา (Native Speaker) ในการบันทึกเสียงอยู่แล้ว ดังนั้นการจัดให้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาในการร่วมสอนในบางหลักสูตร จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียน

  • หลักสูตร Phonics World จะมี DVD Interactive Multi – ROMs แถมไปกับชุดหนังสือเรียน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีส่วนร่วม โดยการใช้เพลง นิทาน และเกมฝึกทักษะภาษาอังกฤษใน DVD Interactive Multi – ROMs ในการทบทวนบทเรียน และพัฒนาทักษะการออกเสียง ตลอดจนทักษะทางภาษาอังกฤษอื่นๆ ให้กับนักเรียนได้ที่บ้าน ในขณะที่หลักสูตร ACTive English มีบริการเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ (English Online Game) ที่ชื่อว่า “Magic Fighter” และ Web School ที่ถูกออกแบบให้มีความสนุกสนาน โดยให้มีวงคำศัพท์ และโครงสร้างประโยค ที่ตรงกับเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปในห้องเรียน ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้ว นักเรียนจะใช้เวลาในวันจันทร์ – ศุกร์ วันละประมาณ 1 ชั่วโมงใน และในวันเสาร์ – อาทิตย์ วันละประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเล่นเกมภาษาอังกฤษออนไลน์ Magic Fighter ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้รับความสนุกสนานแล้ว นักเรียนยังได้ทบทวนบทเรียน และฝึกการใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย โดยเฉลี่ยนักเรียนในหลักสูตร Phonics World และ ACTive English จะใช้เวลากับ Interactive Multi – ROMs, Web School และเกม Magic Fighter ประมาณสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง

โดยสรุปแล้วด้วยระบบการเรียนการสอนของหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงทำให้นักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อสัปดาห์ และการทบทวน และฝึกใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านผ่าน Interactive Multi – ROMs, Web School และเกม Magic Fighter อีกประมาณ 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้ในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษกับหลักสูตร Phonics World และหลักสูตร ACTive English จะมีเวลากับการใช้ภาษาอังกฤษมากถึง 10 – 10.5 ชั่วโมง เลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษเสริมในหลักสูตรอื่น (ซึ่งนักเรียนได้ฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ถึง 10 เท่าตัวด้วยกัน!!!

ดังนั้นหากคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองกำลังมองหาหลักสูตรภาษาอังกฤษ ที่มุ่งเน้นที่จะทำให้นักเรียนมีทักษะในการพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการเพิ่มอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ด้วยความสนุกสนาน   ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอยืนยันว่าหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World (สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 – 3) และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English (สำหรับนักเรียนอนุบาล 3 – ประถมศึกษาปีที่ 6) เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ตอบโจทย์นั้นได้อย่างแน่นอน