Q14: จริงหรือไม่ ที่หากจะทำให้นักเรียนเก่งภาษาอังกฤษ จะต้องฝากความหวังไว้ที่ชาวฝรั่งเจ้าของภาษา (Native Speaker) เท่านั้น?

ตอบ:

ปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครอง มักจะมีความเชื่อที่ว่า “การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา จะทำให้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนดีขึ้น” นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะอันที่จริงแล้วปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้นักเรียนสามารถพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว (English Proficiency) นั้นคือ “ความถี่ หรืออัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate)” ต่างหาก การใช้ครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาช่วยสอนนั้น นั้นเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม ที่ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสทดลองใช้ภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมา กับชาวต่างชาติ เพื่อทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยใช่หรือไม่ว่า ที่ผ่านมาระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ที่ฝากความหวังไว้กับครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา จึงไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะตราบใดที่ครูชาวต่างชาตินั้นไม่สามารถเพิ่มความถี่ในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะมีพัฒนาการทางทักษะการใช้งานภาษาอังกฤษได้อย่างมีนัยสำคัญได้เลย

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า “ฝรั่ง” ที่ผมสีบรอนด์ ตาสีฟ้า ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้เป็นทุกคน เพราะฝรั่งบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน อิตาลี สวีเดน ฯลฯ ก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ดังนั้นจึงมีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษบางแห่ง นำเอาฝรั่งที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เหล่านี้ มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษภายในโรงเรียน เพื่อหลอกให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหลงเชื่อ คิดว่า “การใช้ฝรั่งสอนภาษาอังกฤษ จะทำให้บุตรหลานเก่งภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูชาวไทย” โดยส่วนใหญ่ฝรั่งเหล่านี้เป็นเพียง “นักท่องเที่ยว” ไม่ได้เป็น “ครู” ดังนั้นจึงไม่สามารถสอน และบ่มเพาะทักษะการพูด และการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนได้ การเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งเหล่านี้จึงเป็นความสูญเปล่า และเป็นการเสี่ยงต่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของบุตรหลาน อย่างน่าเป็นห่วงมากๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกว่า “การใช้ครูไทยสอนจะทำให้นักเรียนไม่ได้สำเนียง (accent)” ซึ่งฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอทำความเข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองในเบื้องต้นว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ภาษาอังกฤษจะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการดำรงชีวิต และทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่มีคนต่างชาติ ต่างภาษา อยู่อาศัย ใช้ชีวิต และทำงานร่วมกัน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (Multi-national situation) และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือ

  1. การออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้อง และ
  2. การเน้นเสียง  (Stress) ที่ถูกต้อง และ
  3. การมีวงคำศัพท์ และโครงสร้างรูปประโยคที่มากเพียงพอที่จะใช้ในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว

สำหรับเรื่องของ “สำเนียง (accent)” ที่คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองมักจะสอบถามถึง ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขออธิบายเพิ่มเติม ดังนี้ว่า อันที่จริงสำหรับ “เจ้าของภาษา ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่” ในแต่ละประเทศก็มีสำเนียงที่แตกต่างกัน เช่น ชาวออสเตรเลีย ก็มีสำเนียงของชาวออสเตรเลีย ชาวนิวซีแลนด์ ก็มีสำเนียงของชาวนิวซีแลนด์ ขนาดในประเทศสหรัฐอเมริกา คนที่อยู่อาศัยในฝั่งตะวันตก ก็จะมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่แตกต่างจากคนที่อาศัยอยู่ในฝั่งตะวันออก คนผิวดำ ก็มีสำเนียงที่แตกต่างจากคนผิวขาว เราไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการสื่อสาร หรือดูถูกดูแคลนคนชาติใดในเรื่องของสำเนียง เช่น “สำเนียงเธอไม่ใช่สำเนียงอเมริกัน ฉันขอไม่คุยกับเธอนะ” “อ้าว! สำเนียงเธอนี่เป็นอ๊อซซี่ ฉันคุยกับเธอไม่รู้เรื่องหรอกนะ”

แต่อย่างไรก็ตาม จะมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า เจ้าของภาษาในทุกๆ ประเทศ แม้ว่าจะมีสำเนียงที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมี “การเน้นเสียง (Stress)” และการออกเสียง (Phonics) ที่ถูกต้องตรงกันเสมอ ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพูดภาษาอังกฤษให้สามารถสื่อสารได้ ทำงานร่วมกันคนทุกๆ ชาติในโลกใบนี้ได้ จึงไม่ใช่ “สำเนียง (accent)” แต่เป็น “การเน้นเสียง (Stress)” และ “การออกเสียง (Phonics)” ที่ถูกต้องเหมือนกับเจ้าของภาษาต่างหาก ดังนั้นการที่จะใช้ครูไทย หรือครูชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ หากครูผู้สอนคนนั้นสามารถสอนให้นักเรียนออกเสียง และเน้นเสียงได้อย่างถูกต้อง ก็เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว

ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ขอยืนยันว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษามาตรฐาน (Standard Language) ที่ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างคนทั่วโลก แต่ไม่มีสำเนียงที่เป็นมาตรฐาน (Standard Accent) คนที่ปฏิเสธที่จะสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษกับคนที่มีสำเนียงนั้น สำเนียงนี้ หรือพอไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับคู่สนทนาได้ ก็ยกอ้างเอาประเด็นของ “สำเนียง (Accent)” ของคู่สนทนามาเป็นข้ออ้าง ส่วนมากมักจะเป็นคนที่ขาดทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency Inadequacy) แต่มักจะอาย ไม่กล้าที่จะยอมรับตนเอง จึงต้องยกเอาประเด็นในเรื่องของ “สำเนียง (Accent)” ของคู่สนทนา มาเป็นข้ออ้างแก้เกี้ยว

หากเปรียบเทียบกับบริบทของประเทศไทย คนไทยที่อยู่อาศัยในแต่ละภาคของประเทศไทย ต่างก็มีสำเนียงถิ่นของตนเอง เช่น สำเนียงสุพรรณ สำเนียงแม่กลอง สำเนียงกาญจนบุรี สำเนียงปักษ์ใต้ สำเนียงภาคอีสาน สำเนียงภาคเหนือ แต่คนไทยทุกๆ คนก็สามารถที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยใช้ “ภาษาไทยสำเนียงกรุงเทพฯ” กันได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นในเรื่องของ “สำเนียง (Accent)” จึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับการออกเสียงที่ถูกต้อง การเข้าใจคำศัพท์ และโครงสร้างประโยคที่ใช้ในการสื่อสารที่หลากหลาย ครอบคลุมการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่มากเพียงพอ

ยิ่งในอนาคต ด้วยการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) และการประกอบธุรกิจกับต่างประเทศที่มีมากขึ้น นักเรียนจะมีโอกาสในการทำงานร่วมกันกับคนหลายๆ เชื้อชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง คนแต่ละชาติ ก็มีสำเนียงในการพูดที่แตกต่างกันไป ซึ่งหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English มีความเชื่อว่า “เรื่องของสำเนียง เป็นเรื่องที่นักเรียนของเราสามารถปรับตัวกันได้ แต่การออกเสียง และการเน้นเสียงที่ถูกต้อง นั้นมีความจำเป็นต้องฝึกให้นักเรียนออกเสียง เน้นเสียงให้ถูกต้อง จนเป็นนิสัยในปัจจุบันนี้ เพราะถ้านักเรียนออกเสียงผิด หรือเน้นเสียงผิดแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ลำบากมากๆ ในอนาคต”

จากการวิจัยในชั้นเรียนของฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center  พบว่าการใช้ครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) มาช่วยสอนในชั้นเรียน มีส่วนช่วยทำให้นักเรียนที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่ดีระดับหนึ่ง มีความมั่นใจในการพูด และการใช้ภาษาอังกฤษของตนดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้นักเรียนที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษในระดับที่ยังไม่ดีนัก หรือยังขาดความมั่นใจในตนเอง มีทักษะทางภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น

สำหรับการสอนโดยครูชาวไทย ที่มีการออกเสียง (Phonics) และการเน้นเสียง (Stress) ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และมีทักษะ และจิตวิทยาในการสอน (ใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบาย ที่ทำให้นักเรียนกล้าที่จะพูด และใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน) และสอนภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก กลับช่วยทำให้นักเรียนในภาพรวมมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีส่วนในการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ที่ทำให้นักเรียนยึดเอาครูชาวไทยเป็นแบบอย่าง (Role Model) ในพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของตนเองอีกด้วย

สำหรับหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ที่ไม่ได้จำกัดว่าครูผู้สอนจะต้องเป็นครูชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา (Native Speaker Teacher) หรือไม่ แต่ครูที่จะได้รับอนุญาตให้สอนในหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จะต้องเป็นครูที่มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
  1. มีการออกเสียง (Phonics) และการเน้นเสียง (Stress) ที่ถูกต้อง
  2. สามารถสอนภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักได้ และจะต้องสามารถทำให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชั้นเรียน (Classroom Language) ในการสื่อสารกับครูผู้สอนได้อย่างเข้าใจ และมั่นใจ
  3. มีทักษะในการใช้กิจกรรมเป็นกุศโลบายในการกระตุ้นให้นักเรียนกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนอย่างสนุกสนาน และมั่นใจ
  4. มีความเข้าใจถึงวิธีการอำนวยการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center กำหนดไว้ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จะทำให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษ เป็นไปตามกรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) มาตรฐานการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษ Anglia English Proficiency Examinations และ Cambridge Young Learners English Tests (CYLET)

ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center มีความเชื่อมั่นว่า หากครูผู้สอนมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center กำหนด ไม่ว่าจะเป็นครูจากชาติใด ก็สามารถทำให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีความมั่นใจในการพูด และใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้