Q16: หลักสูตร ACTive English มีการบ้านเป็นแบบทดสอบฝึกหัดเยอะแยะให้นักเรียนทำซ้ำไปซ้ำมา จนนักเรียนรู้สึกว่าเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย หรือไม่?

ตอบ:

ที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง มักจะส่งบุตรหลานในระดับประถมศึกษาในประเทศไทย เรียนเสริมในวิชาภาษาอังกฤษที่มีรูปแบบการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม คือ การเน้นการท่องคำศัพท์ การเรียนหลักไวยากรณ์ (Grammar) เป็นหลัก สื่อการเรียนการสอนก็อยู่ในรูปแบบเดิมๆ คือ ครูใช้กระดาน Whiteboard ในการสอน นักเรียนก็เรียนภาษาอังกฤษผ่านหนังสือเรียน การบ้านที่ครูให้ก็อยู่ในรูปแบบของหนังสือแบบฝึกหัด (Workbook) (แม้ว่าโรงเรียนสอนภาษาบางแห่งจะกลยุทธ์ทางการตลาด โดยโฆษณาว่า “ใช้ครูต่างชาติสอน” แต่ด้วยรูปแบบการสอนแบบเดิมๆ ที่วนเวียนแต่กระดาน Whiteboard หนังสือเรียน และแบบฝึกหัด ก็ไม่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนดีขึ้น) ด้วยรูปแบบการสอนแบบโบราณแบบนี้ ที่นักเรียนต้องท่องแต่คำศัพท์ ทำแต่แบบฝึกหัดไวยากรณ์ เรียนผ่านกระดาน Whiteboard ครูเขียนนักเรียนจด (ต่อให้เป็นครูฝรั่งก็ไร้ประโยชน์)ทำให้นักเรียนรู้สึกว่า “การเรียนในวิชาภาษาอังกฤษ เป็นภาระที่น่าเบื่อหน่าย” พอทัศนคติในแง่ลบแบบนี้ได้รับการสะสมไปนานวันเข้า สุดท้ายนักเรียนก็จะรู้สึกเกลียดวิชาภาษาอังกฤษ จนทำให้ขาดแรงจูงใจที่จะฝึกพูด ฝึกใช้ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

จากการรวบรวมข้อมูลผลการทดสอบในโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ของ Richard Walker แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ พบว่าประเทศที่นักเรียนต้องใช้เวลาในการทำการบ้านมากๆ  กลับมีคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบ PISA ต่ำกว่าประเทศที่นักเรียนมีจำนวนการบ้านน้อยกว่า และหากพิจารณาแนวโน้มประกอบ จะพบว่าว่ายิ่งนักเรียนใช้เวลาในการทำการบ้านมากขึ้นเท่าไหร่ คะแนนจากการทดสอบจะยิ่งลดต่ำลงมากขึ้นเท่านั้น (แต่การทำการบ้านเพิ่มขึ้นของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย จะช่วยทำให้นักเรียนได้คะแนนจากการทดสอบดีขึ้น)

คณะวิจัยของ Gerald LeTendre แห่ง Pennsylvania State University ก็ได้ศึกษาผลกระทบของ “การบ้าน” ในประเทศสหรัฐอเมริกา และพบว่ามีผลวิจัยที่ใกล้เคียงกัน คือ ครูที่โรงเรียนมักสั่งการบ้าน หรือรายงานเพิ่มเติมให้นักเรียนกลับมาทำที่บ้านด้วย เพราะคิดว่าการเรียนในห้องเรียนไม่เข้มข้นเพียงพอ แต่จากผลการวิจัยยืนยันว่า การบ้าน และรายงานที่ครูมอบหมายเพิ่มขึ้นแทบจะไม่ช่วยทำให้นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้นเลย ในบางกรณีทำให้นักเรียนได้คะแนนแย่ลงด้วยซ้ำ

ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการบ้านที่ครูมอบหมายให้กับนักเรียนทำ ล้วนเป็นการบ้านที่นักเรียนรู้สึกเป็นภาระ น่าเบื่อหน่าย และรู้สึกว่าต่อให้ทำการบ้านไป ก็ไม่ทำให้ตนเองเก่งภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น เมื่อนักเรียนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อ “การบ้าน” ต่อให้ครูผู้สอนให้การบ้านเพิ่มเติมอีกมากเพียงไร ก็ไม่อาจทำให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ที่ดีขึ้น

ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center เชื่อว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ “การบ้าน” ก็คือ การทำให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียน ได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเอง เพื่อให้นักเรียนมีทักษะ และพัฒนาการทางภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นตามมาโดยอัตโนมัติ ดังนั้น “การบ้าน” จึงไม่ควรถูกจำกัดในรูปแบบของ “การทำแบบฝึกหัด (Workbook)” เท่านั้น แต่จะต้องมีสื่อ Interactive Multimedia ต่างๆ ที่ทำให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง ด้วยความสนุกสนาน ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center เชื่อว่า ถ้านักเรียนมีความสนุกสนานกับการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองแล้ว ก็จะทำให้นักเรียนมีอัตราการใช้ภาษาอังกฤษ (English Use Rate) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักเรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้ และสื่อสารกับครูผู้สอนในห้องเรียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะทำให้นักเรียนมีทักษะ และพัฒนาการทางภาษาอังกฤษที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีความมั่นใจในการพูด และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้ “การบ้าน” ของหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English จึงไม่ได้ถูกจำกัด อยู่เพียงการฝึกทำแบบฝึกหัด (Workbook) เท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบให้อยู่ในรูปแบบที่สนุกสนาน และทันสมัย ดังต่อไปนี้

หลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World ระดับ Phonics World 1&2 และ Phonics World 3:

  • เกมภาษาอังกฤษ เพลง นิทาน ผ่าน Interactive Multi – ROMs (สำหรับหลักสูตร Phonics World ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนอนุบาล 2 – 3 ดังนั้น ระบบ Web School และระบบ Online จึงไม่เหมาะกับนักเรียนในวัยนี้)

หลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ระดับ Starter, Level 1 – 12:

  • แบบฝึกหัด Online ในระบบ Web School ในรูปแบบของ e-Homework
  • เกมภาษาอังกฤษ Online ที่ชื่อว่า Magic Fighter
  • การอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาแบบ Extensive Reading (ซึ่งมีสื่อ Animation และภาพเคลื่อนไหวประกอบในระบบ Web School) ซึ่งทำให้นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ จากการอ่าน และเข้าใจการวางคำศัพท์เหล่านั้นในรูปประโยคต่างๆ ที่หลากหลาย (นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอีกด้วย)
  • การทบทวนบทเรียนผ่านระบบ Web School ซึ่งเป็นสื่อ Interactive Multimedia ที่สนุกสนาน สอดคล้องกับเนื้อหาที่ครูได้สอนในห้องเรียน
  • การฝึกทักษะการฟังผ่าน Audio CD ที่แถมให้กับชุดหนังสือเรียนใน Level ต่างๆ

ด้วยความสนุกสนานของสื่อ Interactive Multimedia และระบบ English Online Edutainment ต่างๆ ผ่าน Interactive Multi – ROMs หรือระบบ Web School ที่ฝ่ายวิชาการภาษาอังกฤษ SE-ED Learning Center ได้ออกแบบ และพัฒนาขึ้น จะทำเป็นกุศโลบายสำคัญที่ทำให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเอง จนมีพัฒนาการทางภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักเรียนจะรู้สึกว่า “การบ้าน” ในหลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics World และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ไม่เหมือนการบ้านที่เคยรู้จัก และถ้าการบ้านเป็นแบบนี้ เขาก็พร้อมที่จะฝึกทำการบ้านในทุกๆ วัน

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองจึงมั่นใจได้ว่า หลักสูตรพัฒนาทักษะการออกเสียง Phonics Worls และหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ได้วางระบบ และกุศโลบายไว้อย่างแยบยล ที่ทำให้ “การบ้าน” ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ACTive English ไม่ใช่ภาระที่น่าเบื่อหน่ายของนักเรียน แต่ “การบ้าน” กลับจะกลายเป็น “ความบันเทิงที่มีความรู้ (Edutainment)” ที่ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกกับการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเอง (ซึ่งทำให้อัตราการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น เป็น 10 เท่า ของการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรอื่นๆ) จนนักเรียนมีทักษะ และพัฒนาการทางภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นอย่างอัตโนมัติ

หมายเหตุ: